“เพราะในความเป็นจริง โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา” เข้าใจ ‘Spotlight Effect’ แนวคิดทางจิตวิทยาที่ผู้คนมักจะคิดว่าตัวเองถูกจับตามองอยู่

“ในวันธรรมดาวันหนึ่ง คุณตื่นสายและรีบไปทำงานอย่างเร่งด่วนจนลืมที่จะเช็คหน้าผมการแต่งตัวเมื่อถึงที่ทำงานคุณรู้สึกว่าคนรอบตัวมองมาที่คุณและแอบคิดไม่ดีในใจ ซึ่งมันทำให้คุณรู้สึกอายอย่างมาก” แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาได้สังเกตคุณและแอบคิดไม่ดีจริงๆ หรือเปล่า? วันนี้จะพามารู้จักกับแนวคิดทางจิตวิทยาที่มีชื่อว่า ‘Spotlight Effect’ แนวคิดที่พูดถึงผู้คนที่มักจะคิดว่าตัวเองถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา จนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต
‘Spotlight Effect’ แนวคิดทางจิตวิทยา ที่ผู้คนมักจะคิดว่าตัวเองถูกจับตามองอยู่ ‘Spotlight Effect’ คือ แนวคิดทางจิตวิทยาสังคมที่กล่าวถึงแนวโน้มที่จะประเมินค่าตัวเองสูงเกินไปทำให้มีความรู้สึกว่าถูกจับจ้องตลอดเวลา และมักจะคิดไปเองว่าคนอื่นกำลังพูดถึงตัวเองอยู่เปรียบดั่ง สปอตไลท์ ที่มีหน้าที่ฉายแสงไปยังจุดเด่นที่ต้องการให้ความสำคัญแต่ Spotlight Effect จะแสดงผลต่อการเน้นย้ำในส่วนของข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องมากกว่า
สำหรับคนทั่วไปที่มีความมั่นใจ มั่นหน้าในตัวเอง อาจจะไม่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางจิตวิทยานี้มากนักแต่ผู้ที่มีความวิตกกังวลทางสังคม (Social Anxiety) จะได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่งมันอาจจะส่งผลต่อความสามารถในการเข้าสังคมและการทำงานได้เลย ความสบายใจเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นจะถูกบดขยี้ย่อยยับ และเป็นกังวลตลอดเวลาแนวคิดนี้ถูกศึกษาวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา โทมัส กิโลวิช (Thomas Gilovich) ภายใต้ชื่อ ‘Spotlight Effect’ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการหาคำตอบเกี่ยวกับความสนใจในตัวผู้อื่นของมนุษย์ วิธีการทดลองในครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างจะต้องสวมเสื้อยืดที่ ‘น่าอับอาย’ ไปในชั้นเรียน เมื่อจบคาบเรียนนักวิจัยจะขอให้ผู้คนที่อยู่ในชั้นเรียนตอบแบบสอบถามว่า ‘คุณสังเกตเห็นเสื้อที่น่าอับอายนั้นหรือไม่?’ สมมติฐานแรกของผลลัพธ์คือนักศึกษากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จะต้องสังเกตเห็นความน่าอับอายนี้ แต่ผลลัพธ์กลับบอกว่าจริงๆแล้วมีเพียงแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนนักศึกษาเท่านั้นที่สังเกตเห็นความน่าอับอายของเพื่อน อีกทั้งพวกเขายังไม่มีความคิดเชิงลบ เพียงแค่สังเกตเห็นเฉยๆ เท่านั้น ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้กลายมาเป็นรากฐานของการศึกษาต่อไปในครั้งถัดไป ในปี 2007 เกิดการศึกษาวิจัยในหัวข้อ ‘Spotlight Effect’ อีกครั้ง แต่ข้อสรุปของการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ บอกได้ว่า “Spotlight Effect มีความเฉพาะเจาะจงต่อความกังวลด้านการถูกประเมินทางสังคม ผู้ที่ขาดความมั่นใจและเข้าสังคมไม่เก่งจะเป็นเหยื่อของปรากฏการณ์นี้” “Spotlight Effect จะสร้างความกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อมันเกี่ยวข้องกับความคิดว่าคนอื่นจะชื่นชอบคุณไหม”
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิด ‘Spotlight Effect’ ] ‘การถือตัวเองเป็นศูนย์กลาง’ หรือ ‘อคติด้านความรู้ความเข้าใจ’ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดในการคิดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคุณเกี่ยวกับตัวคุณเองและโลก เนื่องจากคุณมีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึก จึงมักจะให้ความสำคัญกับมุมมองของตัวเองมากเกินไปในการตัดสินใจ และคิดว่าทุกๆคนจะต้องแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวเราแม้ว่าคนเราจะชอบคาดเดาว่าคนอื่นจะคิดเห็นอย่างไร แต่มุมมองเดียวที่เราไม่ต้องคาดเดาคือความคิดตนเอง นั่นจึงทำให้ภาวะการถือตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางเกิดขึ้นได้ง่ายนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถก่อให้เกิด Spotlight Effect ได้ เช่น
ความคุ้นเคย เราคุ้นเคยกับความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของตัวเอง ดังนั้นเวลามีเรื่องที่แตกต่างออกไปจากปกติ เรามักจะวิตกกังวล
การยึดติด อคติทางความคิดทั่วไปอีกประการหนึ่งที่เรียกว่าอคติในการยึดติด สามารถส่งผลกระทบต่อปรากฏการณ์นี้ได้เช่นกัน การยึดติดเกิดขึ้นเมื่อเราพึ่งพาข้อมูลที่เราเรียนรู้ในตอนแรกมากเกินไป ขาดการบูรณาการ และการประยุกต์ใช้ ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะแสดงอคติในการยึดติดขึ้นมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิด Spotlight Effect ได้
“เชื่อกันว่ามาจากภาวะประหม่ามากเกินไป รวมถึงไม่สามารถเอาตัวเองไปสวมบทบาทของอีกฝ่ายเพื่อตระหนักว่ามุมมองของพวกเขาต่อคุณได้”
จะแก้ไขอาการ ‘Spotlight Effect’ ได้อย่างไร? สำหรับวันนี้เราได้ค้นหาข้อมูลสำหรับการแก้ไขอาการ ‘Spotlight Effect’ ที่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตมากๆ มีด้วยกันทั้งหมด 4 วิธีการ ดังนี้
1.การบำบัดพฤติกรรม การศึกษาวิจัยพบว่าการบำบัดพฤติกรรมสามารถช่วยคุณแก้ไขรูปแบบความคิดเชิงลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิด Spotlight Effect ได้
2.การใช้ยา มียาบางชนิดที่สามารถช่วยคุณขจัดความรู้สึกหวาดกลัว ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเข้าสังคมได้ โดยมักจะเป็นยาในกลุ่ม SSRIs (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) หรือ ยากลุ่มที่ทำหน้าที่ยับยั้งการเก็บกลับเซโรโทนิน ปล.การใช้ยาจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
3.มองมุมกลับ ปรับมุมมอง คุณรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นที่จับตามอง ให้คิดว่าคุณจะตอบสนองอย่างไรหากสิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น มันจะช่วยให้คุณเห็นภาพที่หลากหลายขึ้น
4.ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หากคุณพบว่าตัวเองต้องรับมือกับความกังวลใจหรือความน่าอับอายเป็นประจำให้พูดคุยกับนักบำบัดหรือแพทย์ของคุณเพื่อหารือเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงการพูดคุยบำบัดและการใช้ยาด้วยการแทรกแซงจาก ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม คุณจะมีพลังในการจัดการกับความวิตกกังวลทางสังคมและ มีชีวิตที่ดีขึ้นได้เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ‘Spotlight Effect’ ในบางครั้งอาจจะไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของคุณเลยก็ได้เพียงแค่คุณลองมองออกในมุมกว้างและคิดว่า
“ตัวเราเองก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล ที่ทุกคนรอบข้างจะต้องหันมาสนใจ ”
เขียนโดย ธนพนธ์ หัสกรรัตน์

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=790451099782690&set=a.630751852419283


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *