เพิ่งจะรู้!ไขปริศนาทำไมขับรถขากลับถึงรู้สึกเร็วกว่าขาไปเสมอ?เผยกลไกสมองที่เรียกว่า Return Trip Effect

เคยสังเกตตัวเองไหมครับ? เวลาเราขับรถหรือเดินทางไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งตอนขาไปมักจะรู้สึกว่าหนทางช่างยาวไกลนานจนเบื่อแต่พอเป็นขากลับทั้งที่ใช้เส้นทางเดิมระยะทางเท่าเดิมเป๊ะ! แต่กลับรู้สึกว่าถึงจุดหมายปลายทางเร็วกว่าเดิมอย่างน่าประหลาดอาการนี้ไม่ได้คิดไปเองนะครับ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาซ่อนอยู่!ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Return Trip Effect” หรือ “ความรู้สึกว่าขากลับเร็วกว่าขาไป” ซึ่งนักวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า มันเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับรู้เวลา (Time Perception) ของสมองมนุษย์โดยมีปัจจัยหลักๆ 2 อย่างที่เข้ามาควบคุม

1. ขาไปสมองโฟกัสสิ่งใหม่ (ความคาดหวังสูง)

เมื่อเราออกเดินทางในขาไปเส้นทางรอบตัวมักจะเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่คุ้นเคยสมองจะตื่นตัวและทำงานหนักในการประมวลผลข้อมูลรอบข้างทั้งป้ายจราจรทางแยกหรือวิวทิวทัศน์ ประกอบกับเรามีความตั้งใจและคาดหวังในการไปให้ถึงจุดหมาย เช่น กลัวหลงทาง, ลุ้นว่าจะไปทันไหมเมื่อสมองโฟกัสและจดจ่อกับเวลาอย่างมากจึงทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าลง

2. ขากลับสมองคุ้นชิน (ปล่อยจอยและผ่อนคลาย)

ในทางกลับกัน เมื่อถึง “ขากลับ” สมองของเราเคยผ่านเส้นทางนั้นมาแล้วหนึ่งรอบข้อมูลรอบตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไปความตื่นเต้นหรือความกังวลลดลงสมองจึงสลับเข้าสู่โหมด “ผ่อนคลาย” และไม่ได้คอยนับเวลาถอยหลังตลอดเวลาเหมือนตอนขาไปส่งผลให้ความทรงจำย้อนหลังตัดสินว่าขากลับใช้เวลาน้อยกว่านั่นเอง

ข้อควรระวังด้านสุขภาพด้านมืดของ Return Trip Effect

แม้การที่สมองผ่อนคลายในขากลับจะทำให้รู้สึกถึงไวแต่ในเชิงการแพทย์และอุบัติเหตุบนท้องถนนปรากฏการณ์นี้แฝงความอันตรายไว้เช่นกัน

  • ภาวะสมองล้าสะสมขากลับร่างกายมักจะเหนื่อยล้าจากการทำกิจกรรมมาตลอดทริป
  • ความประมาทโดยไม่รู้ตัวเมื่อสมองคิดว่าเส้นทางนี้คุ้นเคยแล้วความตื่นตัวจะลดลง ระดับสมาธิต่ำลงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการ “หลับใน” หรือตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ช้ากว่าตอนขาไป
Tip & Tricks วิธีบริหารสมองให้ตื่นตัวขากลับปลอดภัยไม่เพลีย
  1. จิบน้ำบ่อยๆ และเปลี่ยนบรรยากาศการจิบน้ำเปล่าจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น หรือลองเปลี่ยนแนวเพลงที่ฟังในรถให้จังหวะเร็วขึ้นเพื่อกระตุ้นให้สมองตื่นตัว
  2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเมื่อจอดพักแวะปั๊มน้ำมันทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อยืดเส้นยืดสายและล้างหน้าด้วยน้ำเย็น สัญญาณความเย็นจะกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก (Sympathetic) ให้รู้สึกเฟรชขึ้นทันที
  3. อย่าฝืนเมื่อเริ่มหาวถ้าเริ่มรู้สึกว่าสมองตื้อคล้ายจะวูบนั่นคือสัญญาณเตือนว่าสมองล้าเกินเยียวยาให้เปลี่ยนคนขับหรือหาที่จอดงีบ 10-15 นาทีทันที

สรุปยอดฮิตติดเพจ: สมองมนุษย์เรามีกลไกหลอกตัวเองที่มหัศจรรย์เสมอครับรู้แบบนี้แล้ว ขากลับทริปหน้าชิลได้แต่อย่าลืมเรียกสติและสมาธิกลับมาอยู่กับพวงมาลัยเพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนที่นั่งมาด้วยนะครับ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *