เมื่อการเมืองในออฟฟิศกลับมาพร้อมการกลับมาทำงานเต็มรูปแบบสิ่งที่ทำให้เหนื่อยล้ามากกว่างาน คือคนข้างๆ

หลายคนอาจคิดว่าสิ่งที่ทำให้เหนื่อยล้าที่สุดของการทำงานคือเดดไลน์ที่ถาโถมงานที่ล้นมือ หรือความคาดหวังที่สูงเกินไปจากหัวหน้าแต่สำหรับวัยทำงานจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันสิ่งที่กดดันและทำให้หมดแรงไม่แพ้งานกองโตบนโต๊ะอาจเป็นเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้างๆกันในออฟฟิศก็เป็นได้เมื่อองค์กรต่างๆทั่วโลกทยอยบังคับใช้นโยบาย Return-to-Office (RTO) หรือการกลับมาทำงานที่สำนักงานเต็มรูปแบบสิ่งที่กลับมาพร้อมกันอย่างชัดเจนก็คือ การเมืองในออฟฟิศและเกมการเอาตัวรอดในที่ทำงานที่หลายคนเผชิญมาแต่ก่อนไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่คุณและทีมทำงานหนักแทบตายเพื่อโปรเจกต์เดียวกันแต่พอถึงเวลานำเสนอผลงานกลับมีคนรับเครดิตความสำเร็จไปเพียงคนเดียวหรือเมื่อเกิดความผิดพลาดในงานที่เป็นหน้าที่ร่วมกันสุดท้ายกลับมีแค่คุณคนเดียวที่ถูกโยนให้เป็น “แพะรับบาป” แทนคนอื่นๆ ทั้งหมดข้อมูลสถิติที่น่าตกใจการโยนความผิดกลายเป็นเรื่องปกติ? ผลสำรวจจาก Resume Now ประจำปี 2025 ที่เก็บข้อมูลจากพนักงานชาวอเมริกันกว่า 1,000 คน สะท้อนภาพความเป็นจริงที่น่าตกใจในวงการทำงานยุคนี้:

  • 61% ของพนักงานเคยถูกทำร้ายในรูปแบบ “Thrown Under the Bus” หมายถึงถูกเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาโยนความผิดให้รับผิดชอบแทนหรือถูกทำให้กลายเป็นคนผิดทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • เกือบ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในที่ทำงานของตน เป็นประจำทุกสัปดาห์
  • ถึง 40% ยอมรับตรงๆว่าเคยขัดขวางหรือทำลายโอกาสของเพื่อนร่วมงานเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าในอาชีพการงาน
  • เมื่อแบ่งตามกลุ่มอายุพบว่าคนรุ่น Gen Z และ Millennials (Gen Y) มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมการเมืองในออฟฟิศมากที่สุดมากกว่าคนรุ่น Gen X และ Baby Boomers ถึง 2 เท่า
ไม่ใช่แค่เรื่องผิดศีลธรรมแต่กลายเป็นวิธีเอาตัวรอดสิ่งที่น่าสนใจและต้องตระหนักมากกว่าการกล่าวโทษคนรุ่นใหม่คือการสำรวจยังพบว่าพนักงานจำนวนมากไม่ได้มองพฤติกรรมเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องผิดปกติอีกต่อไปตรงกันข้ามหลายคนกลับมองว่ามันคือกลยุทธ์หรือวิธีเอาตัวรอดในโลกการทำงานที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆและโอกาสก้าวหน้าในอาชีพมีจำกัด

คำแนะนำเพื่อปกป้องตัวเองเมื่อต้องเผชิญการเมืองในออฟฟิศ

  1. บันทึกหลักฐานให้ครบถ้วนจดบันทึกขั้นตอนการทำงานความรับผิดชอบของแต่ละคน และสื่อสารผ่านช่องทางที่มีหลักฐาน เช่น อีเมล แชทกลุ่มแทนการพูดคุยปากเปล่า เพื่อใช้ยืนยันความจริงเมื่อเกิดปัญหา
  2. สื่อสารความสำเร็จของทีมอย่างโปร่งใสเมื่อเสร็จงานให้ระบุชื่อและหน้าที่ของทุกคนที่มีส่วนร่วมอย่างชัดเจนไม่ปล่อยให้ใครมาแอบอ้างผลงาน
  3. รู้จักขอบเขตความรับผิดชอบอย่าแบกรับความผิดหรืองานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง และกล้าปฏิเสธเมื่อถูกขอให้ทำในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม
  4. สร้างความไว้วางใจทีละนิดสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชา ด้วยความจริงใจและผลงานที่ชัดเจนเพื่อให้คนอื่นรู้จักความเป็นตัวคุณ
  5. รู้เมื่อควรพูดและเมื่อควรห่างออกมาหากสถานการณ์รุนแรงหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่องอาจต้องปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือประเมินความเหมาะสมในการทำงานที่นั่นต่อไป

Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *