
ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของคนรอบตัวหรือบุคคลสาธารณะมักสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้ผู้คนในสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภาพเหตุการณ์เหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้กระตุ้นให้เราหันมาระลึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิตและแม้ว่าความตายจะเป็นหัวข้อที่หลายคนเลี่ยงที่จะพูดถึงแต่ในทางจิตวิทยาและการดูแลสุขภาพจิตการตระหนักถึงความตายอย่างมีสติหรือมรณานุสติกลับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเครียดเพิ่มความสุขและคืนสมดุลให้กับการดำเนินชีวิตการระลึกถึงเวลาที่จำกัดไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความกลัวหรือความวิตกกังวลว่าอาจไม่มีวันพรุ่งนี้แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองให้เรากลับมาเห็นคุณค่าของวันปัจจุบันมากยิ่งขึ้นทางจิตวิทยายืนยันว่าการย้อนมองความไม่แน่นอนของชีวิตช่วยให้เราตกผลึกและจัดลำดับความสำคัญในชีวิต (Life Priorities) ได้ดีขึ้นโดยเฉพาะการทบทวน 3 มิติความสัมพันธ์หลัก ดังนี้
- ความสัมพันธ์กับตัวเองสังเกตและสำรวจจิตใจว่าเรากำลังใช้ชีวิตตามความคุ้มค่าและเป้าหมายที่แท้จริงหรือกำลังปล่อยให้ความเครียดและความคาดหวังของคนอื่นมาชี้นำชีวิตเกินไป
- ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดการผลัดวันประกันพรุ่งในเรื่องความรู้สึกหันมาบอกรัก ขอบคุณหรือขอโทษคนที่รักในวันนี้โดยไม่ต้องรอคำว่าไว้วันหลัง
- ความสัมพันธ์กับโลกและสังคมทบทวนถึงสิ่งดีๆคุณค่าหรือความทรงจำที่อยากสร้างไว้ เพื่อส่งต่อพลังงานบวกให้แก่คนรุ่นหลัง
บทเรียนจากความตายจึงไม่ใช่เรื่องของการเตรียมตัวเพื่อลาจากเพียงอย่างเดียวแต่คือสัญญาณเตือนให้เรากลับมารักษาและใส่ใจกับสิ่งสำคัญในวันที่ยังมีลมหายใจในเชิงสุขภาพจิตการฝึกตระหนักรู้เช่นนี้ช่วยลดอัตราภาวะหมดไฟ (Burnout) และเพิ่มความตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) ได้อย่างมีนัยสำคัญ คำแนะนำด้านสุขภาพใจสำหรับการเริ่มต้นวันนี้ลองใช้เวลาสั้นๆในแต่ละวันเลือกเน้นย้ำความสัมพันธ์เพียง 1 ด้านกับตัวเองกับคนรักหรือกับโลกแล้วลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าในวันนี้เราจะดูแลและเชื่อมโยงกับสิ่งนั้นให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร? การลงมือทำสิ่งเล็กๆด้วยความใส่ใจในปัจจุบันจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์และทำให้ทุกวันของชีวิตมีความหมายยิ่งขึ้น
Leave a Reply