
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาองค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาคนทำงานที่มีศักยภาพสูงลาออกอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือวัฒนธรรมการทำงานที่เรียกว่า Performance Punishment หรือ “การลงโทษคนทำงานดีโดยไม่ตั้งใจ” แนวคิดนี้หมายถึงการที่พนักงานซึ่งมีผลงานโดดเด่น ถูกมอบหมายงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานด่วนงานยากและงานที่คนอื่นหลีกเลี่ยงจนภาระงานเกินขอบเขตความรับผิดชอบที่เหมาะสมในขณะที่พนักงานที่ทำผลงานต่ำกลับไม่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังส่งผลให้ภาระตกอยู่กับ “คนเก่ง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่ไม่ควรมองข้าม
งานวิจัยด้านสุขภาพจิตในที่ทำงานชี้ว่าภาระงานที่ไม่สมดุลและความคาดหวังที่สูงเกินไป เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อ
- ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress)
- ภาวะวิตกกังวล
- ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)
เมื่อพนักงานรู้สึกว่าความสามารถของตนถูก “ใช้งานเกินพอดี” โดยขาดการสนับสนุนหรือการยอมรับอย่างเหมาะสม แรงจูงใจในการทำงานจะค่อยๆลดลงและสุดท้ายอาจนำไปสู่การตัดสินใจลาออกทั้งที่องค์กรกำลังสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า
3 แนวทางจัดการ Performance Punishment อย่างยั่งยืน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เสนอแนวทางสำคัญในการลดปัญหานี้ ดังนี้
1. กระจายงานอย่างเป็นธรรม
ไม่ควรให้พนักงานเพียงคนเดียวรับผิดชอบงานด่วนหรือภารกิจสำคัญทั้งหมดการวางระบบแบ่งงานตามศักยภาพและเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตและเพิ่มประสิทธิภาพทีมโดยรวม
2. พัฒนาคนที่ทำงานได้ต่ำ แทนการ “สปอยล์”
การปล่อยให้บางคนหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ทำให้ภาระไปตกกับคนเก่งมากขึ้น องค์กรควรลงทุนในการฝึกทักษะให้คำแนะนำและติดตามผลการทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกัน
3. เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การบริหารเชิงระบบ
การพึ่งพาคนเก่งเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินอาจได้ผลในระยะสั้นแต่ในระยะยาวจะทำให้ทีมอ่อนแอ องค์กรควรสร้างระบบงานที่ชัดเจนมีคู่มือกระบวนการและการถ่ายทอดความรู้เพื่อลดการพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป
สุขภาพจิตที่ดี คือฐานรากขององค์กรที่ยั่งยืน
การดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงานไม่ใช่เพียงสวัสดิการแต่เป็นกลยุทธ์สำคัญขององค์กรยุคใหม่ หัวหน้าควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เปิดกว้างการทำงานเป็นทีม และการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานรู้สึกปลอดภัย มีคุณค่าและสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่อองค์กรหยุด “ลงโทษคนเก่ง” โดยไม่รู้ตัว และหันมาพัฒนาคนทั้งทีมอย่างสมดุล ไม่เพียงช่วยรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ได้ แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่แข็งแรง ส่งเสริมทั้งสุขภาพจิตและความสำเร็จในระยะยาวขององค์กรและสังคมโดยรวม
Leave a Reply