เมื่อความพยายามไร้เสียงตอบรับทำความเข้าใจ Learned Helplessness โรคเรื้อรังทางใจในที่ทำงาน และวิธีเยียวยาด้วย Empathetic Leadership

อาการเงียบงันการทำงานไปตามหน้าที่แบบเช้าชามเย็นชามหรือการเลิกเสนอไอเดียใหม่ๆ ของคนในทีมหลายคนมักมองว่าเป็นเพราะความเบื่องานหรือความเกียจคร้านแต่ในมุมมองด้านจิตวิทยาและสุขภาพจิต นี่คือสัญญาณเตือนภัยของภาวะที่เรียกว่า Learned Helplessness ภาวะสิ้นหวังที่เรียนรู้ซึ่งกำลังกัดกินพลังชีวิตและสุขภาวะทางใจของคนทำงานอย่างเงียบๆ สภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อสมองและจิตใจต้องเผชิญกับวงจรสลบความพยายาม (Loop of Futility) จากการที่เคยทุ่มเทเสนอไอเดียหรือพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆแต่กลับพบกับความเพิกเฉยการปฏิเสธไร้เหตุผล หรือถูกมองข้ามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อทำเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสมองจึงสร้างกลไกป้องกันตัวเองด้วยการปิดสวิตช์ความกระตือรือร้นลงเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดทางอารมณ์และความเหนื่อยล้าเรื้อรัง Burnout ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่รุนแรงขึ้น เช่น โรคซึมเศร้าความวิตกกังวลและภาวะนอนไม่หลับการเยียวยาสุขภาพใจและดึงพลังใจของคนในองค์กรให้กลับคืนมาจึงต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการผ่านทักษะ Empathetic Leadership การเป็นผู้นำด้วยความเข้าอกเข้าใจร่วมกับคำแนะนำเชิงปฏิบัติเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะทางจิตที่ดี ดังนี้

  • ให้เหตุผลและความเข้าใจแทนความเงียบการปฏิเสธไอเดียด้วยความเงียบหรือการส่ายหน้าโดยไม่ให้คำอธิบายเปรียบเสมือนการตัดทอนคุณค่าในตัวพนักงานผู้นำควรเปลี่ยนมาเป็นการให้เหตุผลประกอบอย่างโปร่งใสเพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าเสียงของตนยังมีตัวตนและได้รับการรับฟัง
  • มองเห็นคุณค่าในกระบวนการ Process Recognition อย่ารอให้โปรเจกต์สำเร็จระดับใหญ่จึงค่อยให้คำชมการกล่าวชื่นชมในความพยายามขั้นต้นหรือความกล้าที่จะลองผิดลองถูก เช่น เห็นความตั้งใจและขอบคุณที่พยายามคิดวิธีนี้นะจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขและฟื้นฟูความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง Self-worth
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางจิตวิทยา Psychological Safety ส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้างให้ทีมกล้าซักถามกล้าแสดงความคิดเห็นและขอคำติชม Feedback โดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกตัดสินซึ่งช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • สนับสนุนการสมดุลระหว่างงานและชีวิต (Work-Life Integration) ผู้นำควรสังเกตสัญญาณความเหนื่อยล้าทางอารมณ์และสนับสนุนให้ทีมได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้ความเครียดสะสมกลายมาเป็นปัญหาสุขภาพกายและใจในระยะยาว

สุขภาวะที่ดีในที่ทำงานเริ่มต้นจากการตระหนักว่าคนทำงานไม่ได้ต้องการหัวหน้าผู้สามารถเสกทุกอย่างให้สำเร็จได้ในพริบตาแต่พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าทุกหยาดเหงื่อและความพยายามที่ทุ่มเทลงไปนั้นมีความหมายและมีผู้มองเห็นคุณค่าเสมอ


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *