เมื่อความเหงากำลังระบาด โอกาสของ ‘ธุรกิจความเหงา’ จึงเกิดขึ้น เมื่อคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายเงิน ซื้อกิจกรรมเพื่อหาเพื่อนและเข้าสังคม

สองล้านปีก่อน มนุษย์ยุคแรกต้องหาทางเอาชนะโรคภัย ผู้ล่าและศัตรู แต่ในตอนนี้เราทุกคนกำลังเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงกว่าเดิมภัยร้ายนี้รุนแรงเทียบเท่าการสูบบุหรี่ 15 มวน ต่อวัน บั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน คนหนุ่มสาวอายุ 16 – 24 ปีก็หนีไม่พ้น ภัยร้ายชนิดนี้กัดกร่อนสุขภาพกายและใจของคนทุกชนชั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้ว สิ่งนั้นคือ ‘ความเหงา’ โรคระบาดแห่งความเหงา // Loneliness Epidemic ความเหงากำลังแพร่ระบาดในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวอายุ 16-24 ปีที่ควรจะเป็นวัยที่สดใสและมีความสุขที่สุด กลับรายงานว่าตนเองรู้สึกเหงามากกว่าคนช่วงอายุอื่นถึง 73% โดยเฉพาะ Gen Z เองที่รายงานว่ารู้สึกโดดเดี่ยวบางครั้งหรือตลอดเวลา มีหลายงานวิจัยที่โยงไว้ว่าความเหงามีการแพร่ระบาดและเชื่อมโยงกันอย่างมากในโลกเสมือนจริง (Virtual society) แม้จะเป็นการจำลองสังคมแต่ผู้คนด้านในนั้นกลับรู้สึกถูกตัดขาดจากสังคม ทั้งอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน วิดีโอเกมพยายามเปิดการเชื่อมต่อ เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีประสบการณ์และเพิ่มโอกาสในการติดต่อกัน แต่การโต้ตอบทางดิจิทัลกลับล้มเหลวเพราะไม่อาจแทนที่ความสัมพันธ์ทางกายภาพได้ผู้คนในแต่ละประเทศมีหนทางรับมือกับปัญหาความเหงาที่ต่างกันไป
จ่ายเงินเพื่อเข้าสังคมในสหรัฐอเมริกาฯ หนุ่มสาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยยอมเสียเงินจำนวนมากเพื่อซื้อกิจกรรมทางสังคม เช่น สมาชิกฟิตเนส คลาสเรียนทำอาหารหรือศิลปะ เว็บไซต์ Business Insider ได้สัมภาษณ์หนุ่มสาว 23 คน และพบว่า 20 คนบอกว่าพวกเขาใช้จ่ายกับกิจกรรมส่วนตัวลดลง เช่น สมัครสมาชิกแพลตฟอร์มดูหนังฟังเพลงออนไลน์ แต่ไปใช้จ่ายกับเพิ่มขึ้น เพื่อทำกิจกรรมทางสังคม เช่น เรียนศิลปะ การเข้ายิมเพื่อหาเพื่อน ลิเน็ต แบน (Lynette Ban) ทำงานแบบออนไลน์มาได้สามปีแล้ว ย้ายออกจากนิวยอร์กไปอยู่ออสติน (รัฐเท็กซัส) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กลับต้องแบกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใหม่ที่เกิดขึ้นเป็น ค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคม อย่างน้อย 500 เหรียญต่อเดือน (ราว 18,000 บาท) เพื่อเข้าคลาส เวิร์กช็อปรายเดือนและยังมีค่าสมาชิกในคลับเฮาส์หรือยิมที่เหมาจ่ายรายปีอีกราวๆ 3,000 เหรียญ (ราว 110,790 บาท) เพื่อเข้าไปใช้พื้นที่กลางและพบปะกับผู้คนจ่ายเงินให้ AI ช่วยคลายเหงาหมุนโลกกลับมาทางฝั่งเอเชียในประเทศญี่ปุ่นมีปรากฏการณ์ทางสังคมที่เรียกว่า HIKIKOMORI (ฮิคิโคโมริ) ที่หนุ่มสาวถอนตัวออกจากสังคมและแยกตัวออกจากสังคมอย่างรุนแรง ขังตัวเองอยู่ในห้องในคอนโดตามลำพังโดยไม่ยอมออกมาพบปะใคร หรือในบางพื้นที่ เช่น เกาหลีรัฐบาลถึงขั้นจ่ายเงินเพื่อให้หนุ่มสาวออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านด้วยซ้ำการพัฒนาของเทคโนโลยี AI ในช่วงที่ผ่านมาทำให้จินตนาการได้ไม่ยากว่าอนาคตที่คล้ายกับภาพยนตร์แนวไซไฟอย่างเรื่อง Her ที่มนุษย์สร้างความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับ AI จะเกิดขึ้นได้จริงๆ หนุ่มสาวที่ไม่ต้องการเข้าสังคมยุคใหม่ เริ่มที่จะมีแฟนสาวและแฟนหนุ่ม AI เป็นของตนเอง โดยคนหนุ่มสาวแห่งยุคสมัยกำลังมองหาความเชื่อมโยงบนโลกที่จัดลำดับให้ความปรารถนาส่วนบุคคลอยู่เหนือความต้องการส่วนรวม การหายไปของพื้นที่ที่ 3 ทำให้ความเหงาปรากฏโลกในปัจจุบันกำลังถูกออกแบบให้กลายเป็นโลกที่ “ไร้ปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์” เช่น ในซูเปอร์มาเก็ต เราสแกนสิ่งของและจ่ายเงินโดยไม่ต้องกล่าวทักทาย บริการจัดส่งพัสดุหรือสั่งอาหารดิลิเวอรีทำให้เราไม่ต้องออกจากบ้าน ทำงานที่บ้านและพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้คนผ่านจอดิจิทัล ฯลฯ การหายไปของพื้นที่ที่สามซึ่งเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ไม่ใช่บ้านและที่ทำงานทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น “การไม่มีประสบการณ์ทางสังคมที่ทำงานทำให้วงสังคมของคนแคบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณยังเด็ก การมีกลุ่มนั้นสำคัญมาก” แม็ตต์ ชูลซ์ (Matt Schulz) หัวหน้านักวิเคราะห์สินเชื่อของ LendingTree กล่าวกับ Business Insider ความเหงาคือเรื่องของสังคมหลายคนอาจจะคิดว่าเพราะคนหนุ่มสาวเล่นโซเชียลมีเดียเยอะไป แต่นั่นเป็นเพียงส่วนประกอบอันน้อยนิดและเป็นการผลักภาระไปโทษที่ตัวบุคคล จากงานวิจัยพบว่าความเหงาไม่ได้เกิดจากเล่นอินเทอร์เน็ตเยอะเกินไป แต่มันเกิดจากกิจกรรมทางสังคมที่น้อยลงต่างหาก การมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ น้อยลง ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้นอยู่กับพ่อหรือแม่คนเดียว แน่นอนว่าเด็กต้องเหงามากขึ้น รูปแบบที่พักอาศัยที่เป็นห้องเดี่ยวแบบไม่รู้จักเพื่อนบ้าน ทั้งหมดนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่สามารถผลักภาระให้ความเหงากลายเป็นปัญหาของคนหนุ่มสาวหรือปัจเจกบุคคลได้สังคมไม่ได้เอื้อให้ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กัน ที่ผ่านมาทั่วโลกพยายามออกแบบให้มนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจเพื่อทำงาน บริโภค จ่ายภาษีแล้วก็ตายไป ระบบทุนนิยมไม่สนว่าคุณจะมีสภาพจิตใจแบบไหนสนแค่ว่าจะมีเงินมาบริโภคสินค้าและสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือไม่ โลกแบบนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกเหงา-เปล่าเปลี่ยวและคนรุ่น Gen Z ก็พบเจอกับสิ่งเหล่านี้มากกว่าคนรุ่นอื่นทางแก้ในตอนนี้นอกจากจะใช้เงินเพื่อเข้าหากลุ่มเพื่อนใหม่ๆแล้วกลุ่มคน Gen Z ยังมองหากิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้ตัวเองเข้าสังคมมากขึ้นโดยไม่เสียเงิน เช่นการเข้ากลุ่มที่มีความสนใจเหมือนกันออนไลน์ นัดเจอกันข้างนอกเพื่อทำกิจกรรมเช่นไปอ่านหนังสือ หรือออกกำลังกายด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องความเหงาไปได้ในวันที่คุณรู้สึกเหงา ลองก้าวออกไปจากพื้นที่เดิม หากิจกรรมใหม่ๆพบเจอคนใหม่ๆบ้างเชื่อเถอะว่ายังมีคนอีกมากมายเช่นกันที่รู้สึกเหมือนกันและเขา/เธอก็จะดีใจมากที่มีเพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=788404459987354&set=a.630751835752618


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *