
รับมืออาการซึมเศร้าหลังหยุดยาวอย่างเข้าใจแล้วค่อยๆปลุกไฟในการทำงานอีกครั้งเสียงหัวเราะ เสียงน้ำสงกรานต์ หรือภาพบรรยากาศการเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวอาจยังไม่ทันจางจากความทรงจำแต่ปฏิทินบอกเราชัดเจนว่า “วันหยุดหมดลงแล้ว” และได้เวลาที่เราต้องกลับมาทำงานอีกครั้งไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายคนรู้สึก “หดหู่” เหมือนยังไม่พร้อมกลับสู่โหมดจริงจังความรู้สึกนี้มีชื่อเรียกทางจิตวิทยาว่า “Post-Holiday Blues” คืออาการที่เกิดขึ้นหลังช่วงวันหยุดยาว มักมาพร้อมกับความซึม เฉื่อยชา เบื่อหน่าย และกังวลใจ
ทำไมความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหลายคน?
- ผลสำรวจจากการศึกษาพนักงานกว่า 3,000 คน พบว่า 87% รู้สึกกังวลตั้งแต่วันสุดท้ายของวันหยุดยาว
- และ 77% รู้สึกจิตตกเพราะงานที่ค้างไว้รออยู่
- ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลงในช่วงวันแรกๆ ที่กลับมาทำงาน
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคุณ “ขี้เกียจ” หรือ “ไม่มืออาชีพ”แต่แสดงว่าร่างกายและจิตใจของคุณ ยังต้องการเวลาในการเปลี่ยนผ่านจากโหมดผ่อนคลายสู่โหมดจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน
แล้วเราจะจัดการกับ “Post-Holiday Blues” ได้อย่างไร?
ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องกดทับความรู้สึกแต่ลองค่อยๆ ใช้ 3 วิธีนี้ เพื่อรีเซ็ตพลังและค่อยๆปลุกใจให้กลับมาโฟกัสกับการทำงานอีกครั้ง
1. เคลียร์งานเก่าก่อนจะก้าวสู่สิ่งใหม่
ในวันแรกของการกลับเข้าทำงาน อย่าพยายามลุยงานใหม่ทันที ให้เวลากับการ “สะสางงานค้าง” ที่ทิ้งไว้ก่อนหยุดยาว เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในใจคุณจะรู้สึกเบาขึ้น และพร้อมสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ได้ง่ายกว่า
Tip: ลองจัดลิสต์งานง่ายๆที่พอทำให้เสร็จได้ภายในวันแรกความรู้สึกของ “การได้เริ่มและจบ” จะช่วยสร้างพลังใจได้อย่างประหลาด
2. จัดลำดับความสำคัญ อย่าให้ภาระล้นมือ
การกลับมาพร้อมงานท่วมโต๊ะ อาจนำไปสู่ “ภาวะหมดไฟ” โดยไม่รู้ตัวให้ลองแบ่งงานออกเป็นลำดับความสำคัญ แยกงานด่วน งานที่ใช้เวลาและงานที่สามารถรอได้จากนั้นค่อยๆ ลงมือทีละอย่าง อย่าลืมหยุดพักระหว่างวัน เพื่อให้สมองได้หายใจบ้าง
Tip: ใช้เทคนิค “2-Minute Rule” ถ้างานไหนใช้เวลาน้อยกว่า 2 นาที ให้ทำเลยช่วยลดความรู้สึกว่างานเยอะจนน่าท้อ
3. ตั้งเป้าหมายใหม่เพื่อสร้างพลังใจ
เป้าหมายคือเข็มทิศที่จะช่วยให้คุณโฟกัสมากขึ้นหลังกลับมาทำงาน ลองวางเป้าหมายเล็กๆ เช่น
- สัปดาห์นี้จะส่งอีเมลค้างให้ครบ
- เดือนนี้จะเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับอาชีพของตัวเองสักเล่ม
- หรือภายในไตรมาสนี้จะปรับรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Tip: เป้าหมายที่ดีไม่ต้องใหญ่โตเสมอไปแค่ทำให้คุณรู้สึกว่ากำลัง “เดินหน้า” ก็พอ
เพราะชีวิตไม่ได้วิ่งตลอดเวลาเราจึงต้องเรียนรู้การก้าวช้าๆอย่างมีพลัง
การกลับมาทำงานหลังหยุดยาวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะรู้สึกเหนื่อยหรือไม่อยากเริ่มจงมองความรู้สึกเหล่านั้นด้วยความเข้าใจแล้วให้เวลาตัวเอง “เปลี่ยนจังหวะ” อย่างค่อยเป็นค่อยไปบางครั้ง การเริ่มต้นใหม่ไม่จำเป็นต้องเร็วขอแค่คุณยังเดินต่อไปได้ก็เพียงพอแล้ว
Leave a Reply