เราควรทำงานนอกเวลางานไหม? ดราม่า วัยทำงาน “Gen Z” ในสหรัฐ

ปฏิเสธเข้าประชุม 08.00 น. (ก่อนเวลางาน 09.00 น.) เพราะชนกับคลาสออกกำลังกายของเขา ขณะที่งานวิจัยชิ้นหนึ่งชี้ว่า การทำงานนอกเวลางานทำลายแรงจูงใจของพนักงาน
ที่ผ่านมามีข้อถกเถียงกันมากมายในโลกการทำงานระหว่างวัยทำงานเจนเนอรชันต่างๆโดยเฉพาะพนักงานชาว Gen Z ที่มักจะมีแนวคิดและวิถีการทำงานที่แตกต่างจากรุ่นพี่ชาว Gen X – Gen Y ล่าสุด.. เกิดกรณีถกเถียงกันเรื่อง “การเข้าประชุมนอกเวลางาน” ในโลกออนไลน์ฝั่งสหรัฐอเมริกา ชาวเน็ตต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในหัวข้อนี้กันร้อนแรงจนกลายเป็นไวรัล
ต้นเรื่องมาจากรายการพอดแคสต์ ‘Demoted’ ซึ่งมีตอนหนึ่งที่พิธีกร 2 คนได้พูดคุยถึงการทำงานของชาวออฟฟิศกับพนักงานรุ่นใหม่อายุน้อย พวกเขาได้รับข้อความหนึ่งจากทางบ้านที่ส่งเข้ามาปรึกษาปัญหาในรายการ ระบุว่า “พนักงานใหม่ Gen Z คนหนึ่งในบริษัท ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชุมตอน 08.00 น. ก่อนเวลางาน เนื่องจากมีการจองคลาสเรียนออกกำลังกายเอาไว้แล้ว”ด้าน “นาตาลี” พิธีกรหญิงเจ้าของแอคเคาท์ ‘CorporateNatalie’ บน Tiktok ที่มียอดผู้ติดตาม 649,500 คน (ณ 6 ก.พ.67) ได้อ่านข้อความนั้นออกอากาศ และหลังอ่านจบเธอก็แสดงอาการไม่เห็นด้วยอย่างมาก เธอโกรธและบอกว่า พนักงานคนดังกล่าวเพิ่งจะเริ่มงานในบริษัท การปฏิเสธการประชุมเพื่อไปออกกำลังกายนั้นบ้าบอมาก ควรเข้ายิมให้เสร็จตั้งแต่ 06.00-07.00 น. จะดีกว่าไหม? จริงๆ แล้วพนักงานใหม่ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ทำอย่างนั้นด้วยซ้ำหลังคลิปพอดแคสต์ดังกล่าวเผยแพร่บนโลกออนไลน์ไม่นาน นาตาลีก็โดนทัวร์ลงฉ่ำ! โดยเฉพาะวัยทำงานชาว Gen Z ต่างออกมาตำหนิความคิดเห็นของเธอพร้อมโต้ตอบกลับ เช่น การประชุมนั้นอยู่นอกเวลางาน ควรเข้าใจด้วย, ทำไมพนักงานควรเข้าประชุมเวลา 08.00 น. ในเมื่อไม่ใช่เวลาเริ่มงานตามปกติ, ประชุมก่อนเวลางานมันไม่สมเหตุสมผลเลย, จะไปประชุมก็ต่อเมื่อได้รับค่าล่วงเวลาเท่านั้น, แค่ตอบว่า ‘ไม่’ ก็ควรจะเพียงพอแล้ว พนักงานไม่ควรต้องมานั่งอธิบายว่าทำไมถึงเข้าประชุมไม่ได้ เป็นต้น
ด้านนาตาลีก็ออกมาชี้แจงอีกครั้งว่า สิ่งที่เธอพูดในรายการเป็นเพียงความเห็นเล็กๆน้อยๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเธอได้แชร์ข้อมูลเพิ่มเติมจากบุคคลทางบ้านผู้ส่งข้อความเข้ามาในรายการด้วยว่า กรณีดังกล่าวเป็นของพนักงานชั่วคราวแบบไตรมาส ไม่ใช่พนักงานแบบงานประจำ แต่เพื่อให้ชัดเจน เธอคิดว่าหากพนักงานไม่ได้รับค่าจ้างล่วงเวลา ก็ไม่จำเป็นต้องทำงานนั้น ถ้าเวลาเข้างานประจำคือ 09.00-17.00 น. กรุณาอย่าทำงานนอกเวลาดังกล่าว เพราะไม่ได้รับการชดเชยและนั่นก็ไม่คุ้มค่าไม่ใช่แค่เรื่องความคุ้มค่าหรือไม่เท่านั้น แต่การทำงานนอกเวลาอาจส่งผลเสียระยะยาวต่อพนักงานด้วย ยืนยันจากงานวิจัยของ London School of Economics and Political Science (LSE) ที่ชี้ว่า การทำงานนอกเวลางานไม่ว่าจะเป็นการทำงานก่อนเวลาเข้างาน หลังเลิกงาน หรือในวันหยุดสุดสัปดาห์-วันหยุดนักขัตฤกษ์ ล้วนแต่เป็นการทำงานที่ผิดปกติ ซึ่งจะบ่อนทำลายแรงจูงใจภายในของวัยทำงาน
เนื่องจากโดยปกติแล้วช่วงเวลาที่ไม่ใช่เวลางาน สมองและจิตใจของเราจะเข้ารหัสว่าเวลานั้นเป็นเวลาพักผ่อน และเราควรพักผ่อนจริงๆ แต่ถ้าเอาเวลานั้นมาทำงาน มันอาจทำให้รู้สึกได้ทันทีว่างานที่ทำอยู่สนุกน้อยลง อีกทั้งมีงานวิจัยอีก 2 ชิ้นพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ร่วมทดลองทำงานในวันหยุด รายงานว่าพวกเขารู้สึกสนุกกับงานน้อยลง 15% และอีกชิ้นรายงานว่าเพลิดเพลินกับงานน้อยลง 9% ทั้งนี้ นักวิจัยเชื่อว่าการค้นพบนี้อาจมีนัยสำคัญต่อแรงจูงใจและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานแรงจูงใจจากภายในเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของความเพียรพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ การเป็นอาสาสมัคร เป็นต้น แต่ในมุมมองอีกด้านหนึ่ง “การทำงานวันหยุด” ก็มีข้อดีบางอย่างเช่นกัน โดยบทความ The Benefits of Working on a Holiday ของ Forbes อธิบายไว้ว่า การทำงานในวันหยุดเป็นโอกาสที่จะแสดงถึงความอดทน ได้ใช้ทักษะการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ โชว์ทักษะความเป็นผู้นำ และได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการแสดงความสามารถที่โดดเด่นออกมา รวมถึงช่วยให้สามารถบริหารจัดการงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เคลียร์งานบางส่วนออกไป ทำให้วันธรรมดายุ่งน้อยลง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำงานก่อนหรือหลังเวลาทำการโดยไม่ได้รับค่าจ้างนั้น มีความซับซ้อนและควรพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้ว่าการสละเวลาเพิ่มจะมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น การแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่น แต่สิ่งสำคัญคือต้องชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ดังกล่าวกับข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานด้วย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=785841380248117&set=a.605386548293602


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *