
กลายเป็นกระแสถกเถียงในกลุ่มชาวเน็ตจีนอีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากทนายคนหนึ่งได้ขุดคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วขึ้นมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของคำตัดสิน โดยคดีนี้เป็นเรื่องราวของ ดร.เฟิง แพทย์ชนบทจากมณฑลเจ้อเจียง ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง หลังพยายามรักษาผู้ให้บริการทางเพศกลุ่มหนึ่งให้หายจากอาการป่วยเมื่อ 12 ปีก่อน เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2008 ดร.เฟิง ที่ขณะนั้นประกอบกิจการคลินิกเถื่อน ถูกเจ้าของร้านนวดเท้า เชิญตัวไปรักษาพนักงานคนหนึ่งในร้านที่กำลังป่วยหนัก ซึ่ง ดร.เฟิงก็ตอบตกลงและรักษาผู้ป่วยรายนี้จนหายดี จนทำให้เขากลายเป็นแพทย์ประจำร้านนวดแห่งนี้เรื่อยมาแต่ไม่นานนัก เขาก็ดันไปรู้ความลับของทางร้าน ว่าร้านไม่ได้ให้บริการแค่นวดเท้า หากแต่ยังมีบริการนวดอย่างอื่นเสริมด้วย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่รายงานเรื่องนี้ต่อหน่วยงานและตำรวจท้องถิ่น เนื่องจากเชื่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ขอบข่ายความรับผิดชอบของตน และหน้าที่ของเขาในฐานะแพทย์ ก็คือการดูแลผู้ป่วยโดยไม่คํานึงถึงอาชีพและสถานภาพใดๆเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคมปี 2011 เขาถูกตํารวจเข้าจับกุมและทำการสอบสวนอยู่ในระยะหนึ่ง จนได้ผลการตัดสินว่าเขามีความผิดในฐานช่วยเหลือกลุ่มโสเภณีให้ดำเนินกิจการผิดกฎหมาย ทำให้เขาถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 5,000 หยวน หรือราวๆ 25,000 บาท และถูกตัดสินจําคุก 18 เดือน ซึ่งเขาก็พยายามจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าว แต่ก็ถูกปัดตกและทำให้เขาต้องเข้ารับโทษตามคำพิพากษาในปี 2011 อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว แต่คดีนี้ก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง โดยทนายความผู้หนึ่งชื่อว่า ‘Fu Shifeng’ ที่มองว่าคำตัดสินนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับนายแพทย์ผู้นี้ ในขณะที่ Huang Mingru ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอาญาที่มหาวิทยาลัยเซียงถาน (湘潭大学) ก็เข้ามาให้การสนับสนุน ด้วยการกล่าวว่า การให้บริการทางการแพทย์สําหรับผู้ขายบริการไม่ใช่อาชญากรรม ไม่ว่าเขาหรือเธอผู้นั้นจะรู้ว่ากําลังรักษาใครอยู่ก็ตามก่อนกล่าวเสริมว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากแพทย์โดยเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ ดร.เฟิงที่เข้าไปรับโทษในคุกมาแล้ว ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงประเด็นที่ร้อนแรงขึ้นมานี้ว่าเขาไม่ต้องการจมอยู่กับช่วงเวลาที่ยากลําบากนั้น และความกังวลเดียวของเขาตอนนี้ ก็คือประวัติอาชญากรรมของเขาอาจส่งผลเสียต่อลูกๆในอนาคต กระนั้น เรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดเสียงแตกในกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยส่วนแรกเห็นด้วยกับมุมมองของศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่กล่าวสนับสนุนว่า แพทย์ควรให้การรักษาทุกคนอย่างเท่าเทียม ในขณะที่อีกฝ่ายกลับเห็นต่างและให้การสนุนคําตัดสินของศาลว่า เขามีความผิดจริงที่สนับสนุนให้มีการดำเนินกิจการค้าประเวณีต่อไปโดยผิดกฎหมาย และตัวเขาเองก็ไม่มีใบอนุญาตเปิดคลินิก จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า “เขาเป็นหมอ” ซึ่งข้อถกเถียงนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน คงไม่อาจฝันธงได้ และอาจกล่าวได้ว่า เป็นเรื่องราวที่อาจมองได้จากหลายสถานภาพ หลากบริบท และหลายมุมมอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/brandthink.me
Leave a Reply