
ในยุคที่หลายคนตื่นตัวเรื่องสุขภาพทั้งการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายแต่มีอีกหนึ่งเรื่องพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นคือการนอนหลับถึงขนาดมีคำกล่าวว่าถ้าคืนไหนนอนไม่พออย่าเพิ่งฝืนตื่นมาออกกำลังกายแต่เช้าเพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดีแต่คำถามคลาสสิกที่หลายคนสงสัยคือสรุปแล้วเราควรนอนวันละกี่ชั่วโมงถึงจะเรียกว่าพอดี? เปิดที่มาความเชื่อทำไมเราถึงถูกฝังหัวว่าต้องนอน 8 ชั่วโมง? ความเชื่อเรื่องการนอน 8 ชั่วโมงต่อวันไม่ได้มีงานวิจัยรองรับมาตั้งแต่ต้นแต่เป็นกฎที่ถูกตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากแนวคิดแบ่งเวลาชีวิตออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆกันคือทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และนอน 8 ชั่วโมง เพื่อความสมดุลในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่องนี้มีความคล้ายคลึงกับความเชื่อเรื่องการเดิน 10,000 ก้าวต่อวันที่แท้จริงแล้วเริ่มต้นจากแคมเปญการตลาดของญี่ปุ่นในอดีตก่อนที่งานวิจัยยุคหลังจะออกมาพบว่าตัวเลขที่เหมาะสมต่อการรักษาสุขภาพจริงๆอยู่ที่ประมาณ 7,000–8,000 ก้าว เท่านั้นการเดินที่เกินกว่านั้นไม่ได้เพิ่มประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญวิทยาศาสตร์บอกอะไร? เมื่อเวลานอนไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปหากลองมองย้อนกลับไปในเชิงมานุษยวิทยา นักวิจัยได้ศึกษาชนเผ่าที่ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมไม่มีไฟฟ้าและแสงสีเสียงรบกวนจากเทคโนโลยีพบว่าพวกเขามีเวลานอนเฉลี่ยเพียง 6–7 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ระบุว่าช่วงเวลาการนอนที่เหมาะสมต่อการทำงานของอวัยวะภายในโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 8 ชั่วโมงอย่างไรก็ตามในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์การนอน (Sleep Science) มีข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องรู้คือ
- ช่วงวัยที่ต่างกันความต้องการไม่เท่ากันคนอายุน้อยมักต้องการเวลานอนมากกว่าผู้สูงวัย
- ความแตกต่างเฉพาะบุคคลมนุษย์แต่ละคนมีความต้องการเวลานอนไม่เท่ากันไม่มีเกณฑ์ตายตัว
- ธรรมชาติของผู้สูงอายุเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายอาจต้องการนอนเพียง 5–6 ชั่วโมงแต่หากตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าก็ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในวัยนั้นแล้วครับ
เช็กด่วน!นอน 7-8 ชั่วโมงทำไมยังเพลีย? หากใครนอนยาวนานถึง 7–8 ชั่วโมงแต่ตื่นมาแล้วยังรู้สึกอ่อนเพลียไม่สดชื่นอาจต้องเริ่มตั้งคำถามถึงคุณภาพการนอนมากกว่าปริมาณโดยสาเหตุยอดฮิตที่มักมองข้ามได้แก่
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ Sleep Apnea ปัญหาใหญ่ที่พบได้บ่อยในสหรัฐอเมริกาพบผู้ใหญ่มีภาวะนี้ถึง 1 ใน 3 อาการเบื้องต้นคือนอนกรนเสียงดังซึ่งแนวทางแก้ไขเบื้องต้นคือการควบคุมน้ำหนัก
- ความเครียดสะสมปัญหาทางจิตใจและเรื่องเครียดในชีวิตประจำวันมักเป็นตัวการหลักที่ทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกหรือนอนไม่หลับซึ่งการแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุของความเครียดไม่ใช่แค่พยายามบังคับให้ตัวเองนอน
Leave a Reply