
หลายคนอาจคิดว่าอาการเสียงแหบเป็นแค่เรื่องธรรมดาจากการใช้เสียงเยอะหรือไข้หวัดแต่รู้หรือไม่? หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินแก้อาการธรรมดาๆนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งกล่องเสียงโรคร้ายที่รุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตได้ภายใน 1 ปีหากตรวจเจอในระยะลุกลามโดยพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัดทำความรู้จักกล่องเสียงอวัยวะสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามกล่องเสียง (Larynx) มีหน้าที่สำคัญในการปรับดึงเส้นเสียงเพื่อให้เราสามารถพูดคุยออกเสียงหรือร้องเพลงได้อย่างเป็นปกติโดยทำงานประสานโดยตรงกับระบบสมองเมื่อใดก็ตามที่กล่องเสียงมีความผิดปกติสัญญาณแรกที่ร่างกายจะส่งออกมาเตือนก็คือเสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม 2 ตัวการร้ายล็อกเป้าผู้มีความเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆที่กระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งบริเวณกล่องเสียง ได้แก่
- การสูบบุหรี่ (รวมถึงการรับควันบุหรี่มือสองและบุหรี่ไฟฟ้า) สารเคมีและทาร์ในบุหรี่จะเข้าไประคายเคืองและทำลายเซลล์เนื้อเยื่อกล่องเสียงโดยตรง
- การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์จะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอแห้งและอักเสบเรื้อรัง ยิ่งหากทั้งสูบและดื่มควบคู่กันความเสี่ยงจะทวีคูณขึ้นหลายเท่า
เช็กด่วน!สัญญาณเตือนก่อนสายเกินแก้
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง (หู คอ จมูก) เพื่อตรวจส่องกล้องโดยละเอียด
- เสียงแหบเรื้อรังติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยไม่มีอาการหวัด (นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด)
- มีก้อนคลำได้ที่บริเวณลำคอหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโตขึ้น
- กลืนอาหารแล้วรู้สึกเจ็บ หรือกลืนลำบากเหมือนมีอะไรติดคอ
- มีอาการหายใจติดขัดไอเรื้อรังหรือไอปนเลือด (ในระยะที่ก้อนเนื้องอกเริ่มโตขึ้น)
อย่าสับสน! มะเร็งกล่องเสียง VS กรดไหลย้อนหลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการเสียงแหบจุกคอเกิดจากกรดไหลย้อนขึ้นมาที่กล่องเสียง (Laryngopharyngeal Reflux – LPR) ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมกินแล้วนอนจนกรดไหลมาทำให้ด้านหลังกล่องเสียงอักเสบบวมแดง (รักษาได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและทานยา) แต่สำหรับมะเร็งกล่องเสียงแพทย์จะตรวจพบเป็นเนื้องอกหรือแผลเรื้อรังบนเส้นเสียงโดยตรงซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนจึงจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่องกล้องตรวจวินิจฉัย
แนวทางการรักษายิ่งเจอไวยิ่งมีโอกาสหายสูง
ในระยะแรกที่มะเร็งยังอยู่แค่บนเส้นเสียงไม่ลุกลามออกไปภายนอกการรักษามีผลลัพธ์ที่ดีมากและมีโอกาสหายขาดสูงโดยมี 2 วิธีหลัก ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากสภาพร่างกายและโรคประจำตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
- การฉายรังสี (Radiotherapy)
- ข้อดี: ไม่ต้องสูญเสียอวัยวะกล่องเสียงโครงสร้างคอคงเดิมเสียงยังคงเป็นปกติ
- ข้อจำกัด: ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลต่อเนื่องนานเป็นเดือนและใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายนานกว่า
- การผ่าตัด (Surgery)
- ข้อดี: ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นกว่าจัดการก้อนเนื้อออกได้รวดเร็ว
- ข้อจำกัด: อาจต้องสูญเสียบางส่วนของกล่องเสียงไปส่งผลให้เสียงเปลี่ยนไปหลังผ่าตัด (แต่ยังพอใช้สื่อสารได้)
หมายเหตุ: หากปล่อยจนอาการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองแพทย์จำเป็นต้องใช้การรักษาแบบผสมผสานทั้งการผ่าตัดการฉายรังสีและการให้ยาเคมีบำบัด (คีโม) ร่วมด้วย
คาถาป้องกันมะเร็งกล่องเสียง
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้
- เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการรับควันบุหรี่มือสองจากผู้อื่น
- ลด-ละ-เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- หมั่นสังเกตความผิดปกติของเสียงตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ
อย่ารอให้มีอาการรุนแรงหรือหายใจลำบาก หากเสียงแหบเกิน 2 สัปดาห์และมีพฤติกรรมเสี่ยงยิ่งตรวจพบเร็วยิ่งรักษาชีวิตไว้ได้ครับ! เครดิตข้อมูลทางการแพทย์ ผศ. นพ.ภูริช ประณีตวตกุล (ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่มางานสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
Leave a Reply