
บนโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาในชีวิตตลอดเวลา จนบางครั้งก็รู้สึกว่าชีวิตที่ต้องดำเนินอยู่มันช่างรู้สึกเหนื่อยล้าเสียจริงจากการวิเคราะห์ของ META ในปี 2023 พบว่าผู้ใหญ่ทั่วโลกมักจะประสบกับความเหนื่อยล้าเป็นเวลานานต่อเนื่องมากถึง 6 เดือน แม้ว่าผู้คนเหล่านั้นจะไม่มีโรคประจำตัวเลยก็ตามการสำรวจความคิดเห็นของ YouGov พบว่าผู้ใหญ่ 1 ใน 8 คน รู้สึกเหนื่อยล้า ‘ตลอดเวลา’ และอีก 4 คน รู้สึกเหนื่อย ‘เกือบตลอดเวลา’ แถมผู้หญิงยังมีแนวโน้มที่จะเหนื่อยล้ามากกว่าผู้ชายอีกด้วย ไม่ว่าพวกเขาจะมีลูกหรือไม่ก็ตาม โรซาลินด์ อดัม (Rosalind Adam) แพทย์ประจำครอบครัวที่ทำงานในเมืองอาเบอร์ดีน ประเทศสกอตแลนด์ กล่าวว่า อาการเหนื่อยล้าถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยในหมู่ผู้ป่วย ซึ่งภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยมากจนบริการสุขภาพแห่งชาตินิยามชื่อเอาไว้ว่า ‘TATT’ (เหนื่อยตลอดเวลา) “ความเหนื่อยล้ากับอาการง่วงนอนแน่นอนว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน แต่ความเหนื่อยล้านั้นมีหลายมิติมากกว่า” อดัมกล่าว คริสโตเฟอร์ บาร์นส์ (Christopher Barnes) ศาสตราจารย์ด้านพฤติกรรมองค์กรและการจัดการที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวว่า มีหลายกิจกรรมที่ทำให้ เรารู้สึกเหนื่อย ซึ่งอธิบายได้ว่า เมื่อเราเหนื่อยเราอาจจะกำลังประสบกับภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) จริงๆ แล้วอาการเหนื่อยล้าอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่อาจจะเป็นผลกระทบจากอาการของโรคหรือภาวะเรื้อรังต่างๆ รวมไปถึงโรคมะเร็ง ลองโควิด อาการซึมเศร้า โรคไขสันหลังอักเสบ แต่อย่างไรก็ตามเราจะต้องแยกให้ออกระหว่าง ความเจ็บป่วยและความเหนื่อยล้าเช่นการตรวจเลือดก็สามารถระบุถึงความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนอื่นๆ ที่ไม่สมดุลได้ ซึ่งเป็นภาวะที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกเหนื่อยล้าโดยเฉพาะในผู้หญิงได้เช่นกัน การขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามินบี 12 โฟเลต ธาตุเหล็ก หรือแมกนีเซียม ก็อาจจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าได้ เพราะมันมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการทางสรีรวิทยา รวมถึงการเผาผลาญพลังงานในร่างกายวิธีช่วยบำบัดที่ง่ายที่สุดก็คือ การนอนหลับพักผ่อนเพราะร่างกายของ เราจะสามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อ เสริมภูมิคุ้มกัน ควบคุมกระบวนการภายนอกควบคุมอารมณ์ เก็บความทรงจำ และข้อมูลใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนที่นอนน้อยและเหนื่อยล้าเป็นเวลานานจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป รวมถึงมีความเสี่ยงต่อความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่านอกจากสาเหตุที่กล่าวมาด้านต้นยังมีปัจจัยด้านความเครียดที่เป็นอีกหนึ่วสาเหตุสำคัญของความเหนื่อยล้า เมื่อเราเครียดร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า คอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิร่างกายและอัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และเกิดความผันผวนตลอดทั้งวัน ซึ่งส่งผลให้เรามีแต่ความรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ภายในร่างกายตลอดเวลาความเหนื่อยล้าเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยแต่ไม่ควรถูกมองข้ามจนกลายเป็นความเคยชิน เราควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็นเพื่อคุณภาพชีวิต หน้าที่การงาน สังคม สิ่งแวดล้อม และความสุขทางใจที่ดีขึ้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=942227744132229&set=a.811136580574680
Leave a Reply