
หลายคนอาจคุ้นเคยกับอาการ “เหน็บชา” ที่เกิดขึ้นเวลานั่งขัดสมาธินั่งไขว่ห้างหรือเกร็งท่าเดิมนานๆแล้วรู้สึกชาเพียงชั่วคราวก่อนจะค่อยๆหายไปซึ่งอาการแบบนี้ถือว่า “ปกติ” เพราะเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราวแต่ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหน็บชาบ่อยขึ้นชาโดยไม่มีสาเหตุหรือชาทั้งที่ไม่ได้กดทับ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังขาดวิตามิน B1 (ไทอามีน) ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ “โรคเหน็บชา” (Beriberi) ที่ส่งผลต่อระบบประสาทและหัวใจได้โดยตรง
โรคเหน็บชา คืออะไร ?
โรคเหน็บชาหรือภาวะขาดวิตามิน B1 (Thiamine Deficiency) เป็นภาวะที่เกิดจากการได้รับวิตามิน B1 ไม่เพียงพอส่งผลให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติพบได้บ่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่บริโภคข้าวขาวหรือธัญพืชขัดสีเป็นประจำร่างกายของเราสร้างวิตามิน B1 เองไม่ได้ และไม่สามารถกักเก็บไว้ได้นานจึงต้องได้รับจากอาหารทุกวันวิตามินนี้มีบทบาทสำคัญในการ
- เผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต
- ช่วยให้ระบบประสาทและสมองทำงานได้ตามปกติ
- รักษาการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ
เมื่อร่างกายขาดสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้ระบบประสาทเสื่อมและเกิดอาการเหน็บชาได้
ชนิดของโรคเหน็บชา
เหน็บชาชนิดผอมแห้ง (Dry Beriberi)
เกิดจากการขาดวิตามิน B1 ที่ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย
- ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงลุกเดินลำบาก
- ปวดตามตัว เหนื่อยง่าย
- บางรายอาจมีอาการประสาทหลอนหรือสับสน
เหน็บชาชนิดเปียก (Wet Beriberi)
ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ
- มีอาการบวม ขาบวม
- หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ
- เหนื่อยง่าย และเสี่ยงต่อหัวใจวายเฉียบพลัน
อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หากมีอาการเหล่านี้บ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุควรรีบปรึกษาแพทย์
- เหน็บชาหรือรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้มที่มือ–เท้า
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย
- เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น
- อารมณ์แปรปรวน หรือความจำสั้น
การตรวจเลือดสามารถประเมินระดับวิตามิน B1 และระบบประสาทได้เพื่อให้รักษาได้ตรงจุด
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ขาดวิตามิน B1
- บริโภคข้าวขาวหรือแป้งขัดสีเป็นประจำ
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ (ลดการดูดซึม B1)
- ทานอาหารที่มีเอนไซม์ทำลายไทอามีน เช่น ปลาร้าดิบ แหนมดิบหรือใบหมากพลู
- ใช้ยาลดกรดหรือยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื่อง
- ภาวะตั้งครรภ์ให้นมบุตรหรือพักฟื้นหลังผ่าตัด
- ผู้ป่วยโรคไทรอยด์เป็นพิษหรือภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง
ป้องกันได้ด้วยอาหารอุดมวิตามิน B1
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามิน B1 สูงในชีวิตประจำวัน เช่น
- ข้าวกล้อง และธัญพืชเต็มเมล็ด
- ถั่วลิสง ถั่วลันเตา เมล็ดทานตะวัน
- เต้าหู้ ไข่แดง ปลาแซลมอน
- หอย หน่อไม้ฝรั่ง และผักโขม
ในกรณีที่รับประทานอาหารไม่ครบหมู่ หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเสริมวิตามิน B-complex เพื่อให้ร่างกายได้รับเพียงพออาการ “เหน็บชา” แม้ดูเหมือนเล็กน้อยแต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือไม่มีสาเหตุชัดเจนอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเหน็บชาจากภาวะขาดวิตามิน B1 ได้การดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ตรวจสุขภาพประจำปีและสังเกตร่างกายอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคระบบประสาทก่อนจะสายเกินไปค่ะ
Leave a Reply