
“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้เกิดความร้อนถล่มทั่วเอเชียมาแล้วในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ในอีกซีกโลกหนึ่งเอลนีโญกลับช่วยให้ดอกไม้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในชิลี“ทะเลทรายอาตากามา” ทางตอนเหนือของชิลี ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลกแต่ตอนนี้ทะเลทรายที่แห้งแล้งแห่งนี้กลับมามีสีสันสดใสอีกครั้งด้วยดอกไม้นานาพรรณที่เบ่งบานทอดยาวหลายร้อยกิโลเมตร ระดับฝนและอุณหภูมิที่เหมาะสม จะช่วยชุบชีวิตพืชทะเลทรายที่หลับใหลให้กลับขึ้นมาชีวิตอีกครั้ง จนได้รับขนานนามว่า “Desierto Florido” (เดซิเอร์โต ฟลอริโด้) หรือ ทะเลทรายที่เต็มไปด้วยดอกไม้พืชเหล่านี้เป็นพืชมีเหง้าใต้ดิน ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศที่เลวร้ายในช่วงเวลาที่แห้งแล้งมันจะซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน และเมื่อฝนตกต้นไม้เหล่านี้ก็จะโผล่ขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิถัดไป โดยเฉลี่ยแล้วจะออกดอกทุก ๆ 2-3 ปี สัตว์ต่างๆทั้งกิ้งก่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงหลายชนิด ต่างกันมาในบริเวณที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง เกิดเป็นระบบนิเวศที่ไม่เหมือนภูมิภาคใดในโลก
ดอกระฆังชิลีหลากสีสันและดอกไม้กว่า 200 สายพันธุ์ จะเริ่มบานในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิในซีกโลกใต้ ของปีที่เกิด “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” สภาพภูมิอากาศทางธรรมชาติที่มีอิทธิพลต่อสภาพอากาศโลกเนื่องจากจะเป็นช่วงที่อุณหภูมิในภูมิภาคจะสูงขึ้น ทำให้เกิดการระเหยมากขึ้น และส่งผลให้ฝนตกมากขึ้นด้วยแต่ในปัจจุบันดอกไม้เหล่านี้เริ่มบานตั้งแต่ช่วงกลางฤดูหนาว เดือนกรกฎาคมเพราะมีปริมาณน้ำฝนสูงขึ้น โดยปรากฏการณ์ดอกไม้บานเร็วเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 2015 จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยสังฆราชคาทอลิกแห่งชิลี พบว่าในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ดอกไม้บานสะพรั่งเกิดขึ้นประมาณ 15 ครั้ง ตามข้อมูลในปี 2022 และในขณะนี้ดอกไม้เริ่มกลับมาบานอีกครั้งปี 2022 รัฐบาลชิลีได้ประกาศสร้างเขตอุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ในทะเลทรายอาตากามา บริเวณเมืองโคปีอาโปและเมืองวาลเลนาร์ เพื่อปกป้องดอกไม้ที่หายากเหล่านี้พร้อมกับสัตว์ป่า เช่น แมลง สัตว์เลื้อยคลานและนก ซึ่งช่วยทำหน้าที่ผสมพันธุ์เกสร ทะเลทรายกำลังถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้าเหมืองแร่ แหล่งเศรษฐกิจสำคัญของอเมริกาใต้ ที่กำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามเป็นพิเศษจากการขุดแร่หิน การรักษาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.facebook.com/bangkokbiznews
Leave a Reply