แก้มบวมเจ็บใต้หูเคี้ยวอาหารแล้วปวดจี๊ดระวัง!อาจเป็นต่อมน้ำลายอักเสบ ไม่ใช่แค่ปัญหาฟัน

อาการแก้มบวมเจ็บบริเวณใต้หูหรือรู้สึกปวดจี๊ดขณะเคี้ยวอาหารหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการฟันผุเหงือกอักเสบหรือปัญหาทางทันตกรรมทั่วไปแต่ในบางกรณีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะต่อมน้ำลายอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะอักเสบของต่อมน้ำลายที่อยู่บริเวณใบหน้าและใต้ขากรรไกรหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่รุนแรงขึ้นได้ต่อมน้ำลายมีหน้าที่สำคัญในการผลิตน้ำลายเพื่อช่วยย่อยอาหารรักษาความชุ่มชื้นในช่องปากและช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียโดยต่อมน้ำลายหลักของร่างกายมีอยู่ 3 คู่ ได้แก่บริเวณหน้าหูใต้ขากรรไกรและใต้ลิ้นเมื่อเกิดการอุดตันการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบของต่อมเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการบวมและปวดได้

อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ที่มีภาวะต่อมน้ำลายอักเสบ มักมีอาการที่สังเกตได้ เช่น

  • บวมบริเวณแก้ม ใต้หู หรือใต้กราม
  • ปวดหรือรู้สึกเจ็บขณะเคี้ยวอาหาร หรือเวลาอ้าปาก
  • มีไข้ รู้สึกอ่อนเพลีย
  • ปากแห้งผิดปกติ
  • มีรสชาติผิดปกติในช่องปาก หรืออาจมีหนองไหลออกจากท่อน้ำลาย

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือค่อยๆรุนแรงขึ้นหากมีอาการบวมมากเจ็บมาก หรือมีไข้ร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

สาเหตุที่อาจทำให้ต่อมน้ำลายอักเสบ

ภาวะนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส
  • นิ่วในท่อน้ำลาย ทำให้เกิดการอุดตัน
  • ภาวะขาดน้ำ ทำให้น้ำลายผลิตลดลง
  • สุขอนามัยช่องปากไม่ดี
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน หรือโรคที่ทำให้ปากแห้ง

เมื่อท่อน้ำลายเกิดการอุดตันน้ำลายจะไหลออกได้ยากส่งผลให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคและเกิดการอักเสบตามมา

ภาวะแทรกซ้อนหากปล่อยไว้นาน

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อมน้ำลายอักเสบอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น

  • การติดเชื้อรุนแรง
  • การเกิดฝีหรือหนองในต่อมน้ำลาย
  • การอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำลาย

ในบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือการรักษาทางการแพทย์เพิ่มเติม

วิธีดูแลและลดความเสี่ยง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่าสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดต่อมน้ำลายอักเสบได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันเพื่อช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย
  • แปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ปากแห้งเป็นเวลานาน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และลดอาหารหวานจัด
  • หากมีอาการบวมเจ็บหรือสงสัยว่ามีความผิดปกติควรรีบพบแพทย์

อย่ามองข้ามอาการเล็กๆบริเวณใบหน้า

แม้อาการแก้มบวมหรือเจ็บใต้หูจะดูเหมือนปัญหาสุขภาพเล็กน้อยแต่บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของภาวะอักเสบในต่อมน้ำลายที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมการสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและรักษาสุขภาพช่องปากให้แข็งแรงในระยะยาว


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *