
หลายคนอาจเคยเห็นข่าวที่มีคนกินปลาทูแล้วเกิดอาการผื่นขึ้นเต็มตัวหายใจไม่ออกจนต้องหามส่งห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็กินปลาทูมาตลอดชีวิตไม่เคยมีประวัติแพ้อาหารทะเลเลยสรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ความจริงแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การแพ้อาหารโดยตรงแต่เป็นภาวะที่เรียกว่าอาหารเป็นพิษจากสารฮีสตามีน (Scombroid Fish Poisoning) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในปลาที่ไม่สดนั่นเอง! สารฮีสตามีน (Histamine) ในปลาเกิดขึ้นได้อย่างไร? ในปลาตระกูลเนื้อแดง (เช่น ปลาทู, ปลาโอ, ปลาทูน่า, ปลาแมกเคอเรล) จะมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่าฮิสทิดีน (Histidine) อยู่สูงมากหากปลาเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไม่ดีพอหรือ “หลุดความเย็น” ในระหว่างการขนส่งและการขายแบคทีเรียที่อยู่บนผิวและในลำไส้ของปลาจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนกรดอะมิโนตัวนี้ให้กลายเป็นฮีสตามีน ซึ่งเป็นสารพิษที่ทนความร้อนสูงมากต่อให้เรานำปลาไปทอดไปต้มหรือปรุงสุกด้วยความร้อนสูงแค่ไหนพิษนี้ก็ไม่ถูกทำลาย!อาการแบบไหนที่บอกว่าคุณโดนพิษฮีสตามีน? หลังจากกินปลาเข้าไปประมาณ 2-3 นาที หรือภายในไม่กี่ชั่วโมงอาการจะแสดงออกมาคล้ายคนแพ้อาหารรุนแรง ดังนี้
- รู้สึกร้อนวูบวาบ หน้าแดง ตัวแดง (Flushing)
- มีผื่นคันหรือลมพิษขึ้นตามผิวหนัง
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะ
- คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย
- ในรายที่รุนแรงอาจมีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกความดันโลหิตต่ำและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ข้อมูลเพิ่มเติมความต่างระหว่างแพ้ปลา VS พิษฮีสตามีน
- ถ้าคุณแพ้ปลา: คุณกินปลาชนิดนั้น (ต่อให้สดแค่ไหน) ก็จะเกิดอาการแพ้ทุกครั้ง เพราะเป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายคุณเอง
- ถ้าเป็นพิษฮีสตามีน: ทุกคนที่ร่วมโต๊ะและกินปลาแช่เย็นไม่สัดตัวเดียวกันนั้นเข้าไปมีโอกาสเกิดอาการพร้อมกันทุกคนโดยที่ไม่มีใครเคยมีประวัติแพ้ปลามาก่อนเลย
3 วิธีป้องกันพิษฮีสตามีนก่อนเอาเข้าปาก
- เลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้สังเกตปลาทูหรือปลาสดเนื้อต้องแน่นตาใสเหงือกแดง และที่สำคัญต้องวางอยู่บนน้ำแข็งหรือตู้แช่เย็นตลอดเวลาไม่ควรซื้อปลาที่วางตากแดดตากลมในอุณหภูมิห้อง
- รีบจัดเก็บให้เย็นจัดเมื่อซื้อมาแล้วถ้ายกยังไม่ทำอาหารทันที ให้รีบเคลียร์เข้าตู้เย็นช่องแช่แข็ง (Freezer) ทันที เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
- สังเกตความผิดปกติขณะกินสารฮีสตามีนในปริมาณสูงมักทำให้เนื้อปลามีรสชาติ “เผ็ดซ่าๆ” หรือขมแปลกๆในปากถ้ากัดเข้าไปแล้วรู้สึกรสชาติผิดปกติให้หยุดกินทันทีครับ
สรุป: ปลาทูมีประโยชน์สูงมาก มีโอเมก้า 3 ที่ดีต่อร่างกายแต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความสดและการเก็บรักษาใครที่กินปลาแล้วมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งข้อมูลการรับประทานอาหารให้แพทย์ทราบทันทีเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีครับ
Leave a Reply