แค่ได้ยินเสียงนกก็ทำให้สดชื่นดีต่อสุขภาพกายและดีต่อสุขภาพจิตของเรางานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นข้อมูลของประโยชน์จากธรรมชาติ

ท่ามกลางวิถีชีวิตในตึกสูงที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า วิทยาศาสตร์บอกว่าลองเปิดคลิปเสียงนกฟังดู “สิ่งพิเศษเกี่ยวกับเสียงนกร้องก็คือ แม้ว่าผู้คนจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมในเมืองใหญ่ และไม่ได้ติดต่อกับธรรมชาติมากนัก พวกเขาก็ยังเชื่อมโยงเสียงนกร้องเข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สำคัญอย่างสมบูรณ์” Emil Stobbe นักวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ที่สถาบันมักซ์พลังเพื่อการพัฒนามนุษยในเยอรมนี กล่าว ชีวิตในเมืองเป็นชีวิตที่เร่งรีบทุกคนต่างเคร่งเครียดกับการไปทำงานให้ตรงเวลาแต่ทุกวันกลับต้องติดอยู่บนถนนที่ขยับไปไหนไม่ได้งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้ร่างกายของเรารับภาระหนักในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องจากทั้งความกดดันและมลพิษต่างๆที่อยู่ภายในเมืองท้ายที่สุดแล้ววิถีชีวิตในปัจจุบันทำให้ใครหลายคนเครียดเรื้อรัง ปรากฏการณ์นี้นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า ‘ไบโอฟิเลีย’ (Biophilia) โดยมีความหมายว่า เมื่อมนุษย์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีองค์ประกอบของธรรมชาติทั้งรูป รส กลิ่น และสี ร่างกายของเราจะเกิดความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ความเครียดส่วนใหญ่ที่เราเผชิญอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้ตอบสนองต่อสิ่งที่เราพัฒนาขึ้นมา แต่ก็ยังคงกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางสรีวิทยา เช่น ระดับคอร์ติซอลที่เพิ่มขึ้น (ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด) อัตราการเต้นของหัวใจและความตื่นตัวที่เพิ่มขึ้น” ดร. David Strayer นักประสาทวิทยาด้านความรู้ความเข้าใจ จากมหาวิทยาลัยยูทาห์ กล่าว “ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงความทรงจำ อารมณ์ และความสนใจ” ให้นกช่วย ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2022 นักวิทยาศาสตร์ได้ขอให้ผู้เข้าร่วมการทดลอง 1,300 คนเล่าเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและความเป็นที่ดีของพวกเขา 3 ครั้งต่อวัน โดยผ่านแอปที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษชื่อ ‘Uraban Mind’ ซึ่งคอยเก็บข้อมูลหลายๆด้าน เช่น คุณภาพการนอน คุณภาพอากาศ และรายละเอียดด้านสถานที่สภาพแวดล้ออมจากการวิเคราะห์ที่ได้รับรายงานมากว่า 26,856 ครั้ง นักวิจัยพบว่า ‘เสียงนกร้อง’ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ซึ่งตัดปัจจัยอื่นๆ เช่นการศึกษา อาชีพ หรือสีเขียวของธรรมชาติกับสีฟ้าของลำธารออกไปแล้วพูดง่ายๆก็คือ เสียงนกร้องมีผลกับทุกคนไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร และมีผลต่อเนื่องยาวนานเนื่องจากเมื่อผู้เข้าร่วมการทดลองรายงานว่าพวกเขาเห็นหรือได้ยินเสียงนก คะแนนด้านสุขภาพจิตก็สูงขึ้นนานหลายชั่วโมงต่อมาแม้ว่าจะไม่ได้เห็นหรือได้ยินนกในการเช็คอินครั้งถัดไปก็ตาม Ray Hammound นักวิจัยจากสถาบันจิตเวช จิตวิทยาและประสาทวิทยาของคิงคอลเลจลอนดอน เรียกความสัมพันธ์ในนี้ว่า “เป็นการเชื่อมโยงที่ยั่งยืน” แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คือเราไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียงจริงๆก็ได้แค่เสียงนกจากคลิปเป็นช่วงเวลาสั้นๆแค่ 6 นาทีก็สามารถช่วยลดความวิตกกังวลอาการซึมเศร้าและลดความหวาดระแรงในผู้ที่ได้ยินนี่เป็นผลประโยชน์ที่น่าทึ่งที่ธรรมชาติมอบให้
“การฟังเสียงนกร้องผ่านหูฟังก็สามารถบรรลุแนวทางเดียวกันได้ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจิตที่ดี” Hammound บอก “และมันเป็นข้อค้นพบที่ดีมาก” นักวิจัยได้ขอให้ผู้เข้าร่วมการทดลอง 295 คนประเมินสถานะทางอารมณ์ของตัวเองและทำแบบทดสอบความจำทางปัญญาในแบบออนไลน์ จากนั้นก็ได้ทำการสุ่มให้ผู้เข้าร่วมฟังเสียงนกร้อง หรือเสียงการจราจรผ่านทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ให้ผู้ทดลองตรวจสถานะทางอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง ผลลัพธ์เป็นไปตามที่นกตัวจริงได้ทำเอาไว้ ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ได้ฟังเสียงนกร้อง (ที่มีนก 8 สายพันธุ์อยู่ด้วยกัน) รายงานว่ามีอาการซึมเศร้าลดลง อีกทั้งยังมีความรู้สึกวิตกกังวลและความหวาดระแวงน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทำนองเดียวกันคนที่ได้ฟังเสียนกร้อง 2 สายพันธุ์เองก็ระบุว่าพวกเขารู้สึกวิตกกังวลและหวาดระแวงน้อยลงอย่างชัดเจนตรงข้ามกับคนที่ได้ยินเสียงรถหรือเสียงการจราจรรายงานว่าพวกเขารู้สึกซึมเศร้ามากขึ้น งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงผลกระทบทั้งจากเสียงธรรมชาติและเสียงที่เกิดขึ้นในเมือง “เราจำเป็นต้องสร้างและสนับสนุนสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมในเมือง ซึ่งเป็นที่ที่มักมีนกอยู่เป็นประจำเพื่อให้ประชากรนกในเมืองมีสุขภาพดีเราจำเป็นต้องมีพืชและต้นไม้ด้วย เราต้องรักษาระบบนิเวศทั้งหมดภายในเมืองของเรา” ศาสตราจารย์ Andrea Mechelli ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจากคิงคอลเลจ ลอนดอน กล่าว
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่น่าสนใจในชีวิตประจำวัน เช่นนักวิทยาศาสตร์พบว่าการเปิดเสียงนกร้องในห้องน้ำของปั้มน้ำมันในยุโรปพบว่า ลูกค้ามีความพึงพอใจเพิ่มขึ้น 50% สิ่งเหล่านี้กำลังบอกเราว่า นกเป็นสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ผูกพันมากกว่าที่คิดแต่ทำไมนกถึงช่วยเรา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าน่าจะมาจากผลกระทบจากสมมติฐานหนึ่งที่ชื่อ ‘การฟื้นฟูความสนใจ” หรือ Attention Restoration Theory (ART) ซึ่งระบุเอาไว้ว่า ขณะที่เราใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเสียงรถ เสียงผู้คน อากาศ กลิ่น หรือภาพเหตุการณ์ต่างๆ คอยดึงความสนใจของสมองไปในทุก ๆ ด้านของการรับรู้ ซึ่งผลให้เกิดการทำงานหนัก
แต่เมื่อเราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ รูป รส กลิ่น และเสียงของสิ่งแวดล้อมทำให้สมองของเราผ่อนคลายอัตโนมัติ และมุ่งความสนใจไปยังจุดอื่นมากกว่าหลายคนจึงรู้สึกว่าเมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วคิดวิธีแก้ไขปัญหาเช่นจากการทำงานได้ออก หรือไม่ก็รู้หายเหนื่อย เพราะสมองของเราได้พักผ่อนนั่นเอง “พื้นที่ของสมองที่รับผิดชอบต่อความสนใจประเภทนี้อาจหมดลงเนื่องจากสภาพแวดล้อมสมัยใหม่ ที่มีการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และมีการกระตุ้นสูง” ศาสตราจารย์ Williams อธิบาย มันทำให้เราไม่มีสมาธิ ทำงานผิดพลาด และจมอยู่กับปัญหา “แต่มีบางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติที่ทำให้สมองมีส่วนร่วมในลักษณะที่ไม่ต้องใช้อะไรมากมายและง่ายดาย ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีโอกาสได้พักผ่อนและฟื้นตัว” ศาสตราจารย์ Williams เสริมในงานวิจัยหนึ่งชี้ให้เห็นว่าสมองมีสัญญาณจากส่วนหน้าลดลงในระหว่างการสัมผัสกับธรรมชาติ ซึ่งสนับสนุนแนวคิดที่ว่าสมองส่วนนี้กำลังพักผ่อนในทางตรงกันข้ามสมองส่วนเดียวกันนี้กลับถูกกระตุ้นมากขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมของเมือง ราวกับบอกว่ามันพยายามอย่างหนักที่จะประมวลผลข้อมูลมากขึ้นการเดินในธรรมชาติก็ช่วยลดกิจกรรมของสมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการครุ่นคิด ทำนองเดียวกันการดูทิวศ์สีเขียวเองก็ลดความเครียด เมื่อรวมเข้ากับเสียงนกแล้วทุกอย่างจึงทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นไม่เพียงเท่านั้น การออกไปหาธรรมชาติยังกระตุ้นให้เกิดการออกกำลังกายที่มากขึ้น ซึ่งก็ย้อนกลับไปช่วยสุขภาพกายให้ดีขึ้นไม่ว่าจะทางไหนๆ ธรรมชาติก็ให้ประโยชน์กับเรามากมายมหาศาลหากวันนี้คุณรู้สึกว่าประเทศไทยกำลังร้อนเกินไปลองเปิดคลิปเสียงจากธรรมชาติ โดยเฉพาะเสียงนกอาจช่วยทำให้คุณรู้สึกเย็นขึ้นได้บ้างหากเสียงนกร้องทำให้ คุณรู้สึกดีขึ้น เราหวังว่าเสียงนั้นจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนสนับสนุนสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อให้นกสามารถมีชีวิตรอดต่อไปในภาวะโลกร้อนนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่เราทุกคน “เสียงนกร้องน่าจะเป็นเพลงประกอบที่เป็นธรรมชาติสำหรับชีวิตมนุษย์ทุกคน และผมคิดว่ามันฝังลึกอยู่ในจิตใจของเรา มันเกี่ยวข้องกับฤดูใบผลิ การมีอายุยีนและมีช่วงเวลาดีๆ ซึ่งเป็นเหตุที่เราต้องจัดการกับวิกฤตทางธรรมชาตินี้ และรับประกันว่าธรรมชาติจะไม่เงียบหายไป” Adrian Thomas ผู้เขียน Royal Society for the Protection of Birds’ Guide to Birdsong กล่าว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/environman.th


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *