
หลายคนมักเข้าใจว่าอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่ายหรือหน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่าเป็นเพียงผล จากพักผ่อนไม่เพียงพอหรือความเครียดสะสมในชีวิตประจำวันทว่าในทางการแพทย์อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องเล็กแต่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของภาวะขาดธาตุเหล็กซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคโลหิตจางที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าที่คุณคิดทำความเข้าใจภาวะขาดธาตุเหล็กและผลกระทบต่อร่างกายธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างฮีโมโกลบินซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆทั่วร่างกายเมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอในระยะแรกคลังธาตุเหล็กที่สะสมไว้จะค่อยๆลดลงจนหมดแม้ในตอนนี้ผลตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดอาจจะยังปกติ ยังไม่เกิดโรคโลหิตจางชัดเจนแต่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านความอ่อนเพลียไม่มีแรงสมองตื้อคิดช้าหรือตอบสนองช้ากว่าปกติหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไขภาวะนี้จะพัฒนาไปเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กซึ่งจะส่งผลรุนแรงยิ่งขึ้น
- ในเด็กเล็กอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาธิการเรียนรู้พฤติกรรมและพัฒนาการทางสมอง
- ในวัยทำงานและผู้ใหญ่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอ่อนเพลียเรื้อรังและในรายที่มีภาวะขาดธาตุเหล็กรุนแรงอาจทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติ เช่น เกิด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจวายได้
ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
- ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์โดยเฉพาะผู้ที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียธาตุเหล็กเรื้อรัง
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรเป็นกลุ่มที่ร่างกายต้องการธาตุเหล็กปริมาณมากเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของทารกและบำรุงเลือด
- เด็กและวัยรุ่นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
- ผู้สูงอายุหากตรวจพบภาวะขาดธาตุเหล็กไม่ควรสรุปว่าเป็นเพราะอายุหรือกินน้อยเพียงอย่างเดียวแต่ต้องระวังโรคเรื้อรังหรือภาวะแอบแฝง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร หรือโรคระบบทางเดินอาหาร
คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาบำรุงเลือดมารับประทานเองการกินธาตุเหล็กเสริมโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงอาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและทำให้พลาดโรคสำคัญที่ซ่อนอยู่ เช่น จุดเลือดออกเรื้อรังในทางเดินอาหารดังนั้นควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและหาสาเหตุที่แท้จริง
- การตรวจวินิจฉัยเชิงลึกแพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจระดับฮีโมโกลบินรวมถึงประเมินคลังธาตุเหล็กในร่างกาย (Ferritin) เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเน้นรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดง ตับ ไข่แดง และผักใบเขียวพร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการดื่มชาหรือกาแฟพร้อมมื้ออาหาร เนื่องจากสารแทนนินจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องยาอย่างเคร่งครัดโดยทั่วไปยาธาตุเหล็กจะดูดซึมได้ดีที่สุดเมื่อรับประทานขณะท้องว่างแต่หากมีอาการคลื่นไส้หรือปวดท้องสามารถปรับมารับประทานพร้อมหรือหลังอาหารได้และควรรับประทานต่อเนื่องตามแพทย์สั่งมักใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้ร่างกายสะสมธาตุเหล็กกลับมาเต็มที่ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการไม่มองข้ามสัญญาณเล็กๆน้อยๆที่ร่างกายส่งAเสียงฟ้องหากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหนื่อยง่ายใจสั่นหรือหน้ามืดบ่อยครั้งอย่ารอจนลุกลามรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กให้แน่ใจป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก้
Leave a Reply