‘แมวคือนาฬิกาปลุก ที่เราไม่สามารถกดหยุดได้เลย’ ทาสเหมียวต้องระวัง! การนอนกับน้องแมวทุกวันนั้น อาจส่งผลให้เรานอนหลับได้ไม่เต็มที่

ไหนใครเป็นทาสแมวยกมือกันหน่อยเร็วเชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังอ่านบทความนี้คงกำลังยกมือขึ้นเบาๆและบางคนก็อาจจะมีเจ้าเหมียวขนปุยสุดน่ารักกำลังรอเรากลับบ้านอยู่ก็เป็นได้หลังการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 โลกใบนี้ได้เกิดปรากฏการณ์หนึ่งขึ้นมาโดยมีชื่อว่า ‘Pet Humanization’ หรือปรากฏการณ์ที่มนุษย์แบบเราๆ ผันตัวกันไปเป็น ‘พ่อหมา แม่แมว’ รวมไปถึงเป็น ‘ทาส’ กันเต็มไปหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราเองก็ ‘รักและห่วงใย’ สัตว์เลี้ยงไม่ต่างกับคนในครอบครัวโดย ‘Pet Humanization’ มีจุดเริ่มต้นมาจากภาวะการระบาดทางความเหงา (Loneliness Epidemic) ที่ส่งผลต่อจิตใจของเราๆ ในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้เราไม่ได้พบเจอผู้คน และแน่นอนว่าการเลี้ยงสัตว์ก็ช่วยบรรเทาภาวะนี้ได้อย่างดี โดยสังเกตได้จากการเติบโตของภาคธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่คาดว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉพาะในประเทศไทยสูงถึง 6.7 หมื่นล้านบาทในปี 2026 ทาสหลายๆ คนมักยอมให้ ‘สัตว์เลี้ยง’ เข้ามานอนด้วยในห้องด้วย โดยอาจจะแบ่งพื้นที่เล็กๆ ในห้องให้กับพวกมัน บางทีก็อาจจะเป็นมุมๆ หนึ่งของเตียงนอน หรือบางคนก็อาจจะยกทั้งเตียงให้ แล้วย้ายตัวเองมานอนบนพื้นแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า (เกือบ) ทุกคนก็มองเหล่าสัตว์เลี้ยงขนปุยเป็นลูก เป็นเจ้านายกันทั้งนั้นแหละเนอะ และใช่! ใครจะอยากให้ลูกน้อยไปนอนหลังขดหลังแข็งอยู่นอกห้องล่ะจริงมั้ย ในบทความนี้ จะขอยกตัวอย่างเป็น ‘แมว’ ก่อน เนื่องด้วยขนาดตัวที่เล็ก และมีกลิ่นตัวที่ไม่สาบมาก บวกกับนิสัยนิ่งๆ รักสงบ มีพลังงานและความดังของเสียงร้องที่น้อยกว่าสุนัข ทำให้เหล่าทาสมักยอมให้เจ้าเหมียวได้เข้าห้องนอนมากกว่านั่นเอง

ข้อดี เป็นที่รู้กันว่าการเลี้ยงสัตว์ช่วยบรรเทาความเหงาและรักษาอาการทางจิตใจอย่างภาวะซึมเศร้า รวมไปถึงส่งเสริมนิสัยที่ดีต่อสุขภาพได้ดี โดยสถาบัน Human Animal Bond Research Institute (HABRI) ยังบอกอีกว่าสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น Dr. Amber Carter สัตวแพทย์จาก American Board of Veterinary Practitioners และเจ้าของ Cat Care Clinic ใน Ormond Beach ณ รัฐฟลอริดา อธิบายว่าการอนุญาตให้แมวของเราอยู่ในห้องนอน สามารถเพิ่มความผูกพันที่เรามีกับแมวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราทํางานนอกบ้านตลอดทั้งวันด้วยแล้ว การปล่อยให้แมวเข้าไปในห้องนอน จะช่วยเพิ่มความไว้วางใจของแมวกับเราได้มากขึ้น การศึกษาจาก The Journal of Allergy and Clinical Immunology ในปี 2017 บอกกับเราว่าการที่เราสัมผัสแมวตั้งแต่อายุน้อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหอบหืด นอกจากนี้ University of Minnesota’s Stroke Institute ยังบอกอีกว่า แมวสามารถลดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายได้ จากการศึกษา 10 ปี ด้วยชาวอเมริกัน 4,000 คน พบว่าเจ้าของแมวมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้เลี้ยง

ข้อเสีย เราเชื่อว่าทุกข้อดีมักจะมีข้อเสียเล็กๆ แฝงอยู่เสมอ โดยทั่วไปแล้ว แมวเป็นสัตว์ที่ใช้เวลานอนเฉลี่ยวันละ 12 ถึง 18 ชั่วโมงต่อวัน แต่ชั่วโมงเหล่านี้ไม่ได้สัมพันธ์กับนาฬิกาชีวิตของมนุษย์ บ่อยครั้งเราจะสังเกตได้ว่าในขณะที่เรากำลังล้มตัวนอน เจ้าเหมียวก็ลุกขึ้นมาวิ่งเล่นซะอย่างงั้น และนี่คือหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้เราพักผ่อนไม่เพียงพอตามข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ระบุว่าผู้ใหญ่อายุระหว่าง 18 ถึง 60 ปี ต้องการการนอนหลับ 7 ชั่วโมงขึ้นไปต่อคืน อย่างไรก็ตาม คุณภาพการนอนก็สำคัญเช่นกัน การที่ผู้ใหญ่ที่นอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงในแต่ละคืน มีแนวโน้มที่จะบอกว่าพวกเขามีปัญหาด้านสุขภาพ รวมถึงหัวใจวาย โรคหอบหืด และภาวะซึมเศร้า ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วยสำหรับชาวภูมิแพ้ที่รักสัตว์ ขนปุยๆ ของเจ้าตัวเล็กก็เป็นปัญหาได้เช่นกันนะ เพราะขนที่ร่วงอยู่บนหมอนอาจจะไปกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบและใครก็ตามที่ชอบขยับร่างกายตอนนอนหลับบ่อยๆ ระวังตัวเอาไว้! เพราะเรากำลังตกเป็น ‘ผู้ต้องหา’ ที่ทำให้เจ้าเหมียวรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกคุกคามและจำเป็นต้อง ‘สู้’ ดีไม่ดีตอนตื่นมาเราอาจจะมีสักแผลสองแผลบนแขนหรือขาโดยที่ไม่รู้ตัวก็เป็นได้อุณหภูมิก็มีผลต่อการนอน The Sleep Foundation เผยว่าอุณภูมิที่ทำให้เรานอนฝันดีอยู่ที่ 65 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 18 องศาเซลเซียส แต่แมวมีอุณหภูมิร่างกายเฉลี่ย 101 – 102.5 องศา หรือประมาณ 38 – 39 องศาเซลเซียส ซึ่งค่อนข้างสูงกว่าเรา การที่มีแมวนอนใกล้ๆ จึงเหมือนกับเรามีถุงร้อนอยู่ข้างตัว ซึ่งอาจทำให้บางคนหลับยากยิ่งขึ้นอีก

เคล็ดลับแชร์เตียงกับเจ้าเหมียว รู้ทั้งรู้ว่าเธอ (แมว) นั้นร้าย แต่ก็ตัดใจไม่ลง ไม่เป็นไร! เพราะเรามีตัวช่วยมาให้แล้ว จะต้องทำยังไง เราถึงจะสามารถนอนกับเจ้าเหมียวได้อย่างสบายใจ ไปดูกันเลย!

1. เครื่องกรองอากาศ การใช้เครื่องกรองอากาศสามารถลดปัญหาภูมิแพ้หรือการระคายเคืองจากขนแมวฟุ้งกระจายไปรอบ ๆ ห้องนอนในขณะที่เรานอนหลับได้

2. ซักผ้าปูที่นอนบ่อยๆ สะเก็ดผิวหนังของสัตว์เลี้ยงและ ‘เชื้อรา’ สามารถมากับแมว และเพื่อนขนยาวอื่นๆ ได้ ดังนั้นการโยนผ้าปูที่นอนของเราลงในเครื่องซักผ้าให้บ่อยขึ้น เช่น ตั้งเป้าสัปดาห์ละครั้ง ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องเก็บขนแมวที่อันตรายต่อปอดไว้

3. พิจารณาบริเวณอื่น เรามารถพยายามฝึกให้แมวนอนในที่ของตัวเองบนที่นอนได้ โดยพิจารณากำหนดที่ในส่วนอื่นของเตียงเพื่อให้เจ้าเหมียวยังได้อยู่ใกล้กับเรา ซึ่งแมวเด็กจะฝึกได้ค่อนข้างง่ายกว่าแมวสูงอายุ

การนอนร่วมห้องกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดคงเป็นอะไรที่แยกจากกันได้ยาก ทั้งความรักและความผูกผันที่เรามีให้เหมือนคนในครอบครัว แต่สุดท้าย อย่าลืมว่าสุขภาพของเราก็สำคัญเช่นกัน ถ้าเราเจ็บออดๆ แอดๆ แล้วใครจะคอยเทข้าวให้เจ้านายล่ะ? เพราะฉะนั้น อย่าลืมที่จะรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี เพื่อที่เราจะได้อยู่เป็นทาสรักแมวไปอีกนานแสนนาน

เขียนโดย ชนัญชิดา พลอยพลาย ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=747353684092432&set=a.630751852419283


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *