
หลายครั้งที่เรามักได้ยินคนรอบข้างบอกว่ารู้สึกดิ่งหรือตื่นตระหนกจนหัวใจจะวายซึ่งบางคนอาจเหมารวมว่านี่คืออาการเดียวกันแต่ในทางการแพทย์แล้วโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) และ โรคแพนิค (Panic Disorder) มีกลไกการเกิดและอาการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับเพื่อให้คุณเข้าใจและสังเกตอาการของตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้แม่นยำขึ้นเรามาสรุปความต่างของทั้งสองภาวะนี้ให้เข้าใจง่ายๆ
1. โรคซึมเศร้าภัยเงียบที่ค่อยๆกัดกินใจ
โรคซึมเศร้าไม่ใช่แค่ความเสียใจชั่วคราวแต่เป็นภาวะที่สารเคมีในสมองไม่สมดุลส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกในระยะยาว
- ลักษณะอาการรู้สึกเศร้าดิ่งท้อแท้หมดพลังในการใช้ชีวิตรู้สึกไร้ค่าหรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- อาการทางกายมักมีปัญหาเรื่องการนอน (นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป) เบื่ออาหารหรือกินจุผิดปกติอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงและขาดสมาธิ
- เปรียบเทียบเหมือนการอยู่ในห้องที่มืดมิดและไร้ทางออกเป็นการสะสมความทุกข์ที่ค่อยๆดึงเราให้จมลงช้าๆ
2. โรคแพนิคพายุอารมณ์ที่พัดกระหน่ำฉับพลัน
แพนิคคือความตื่นตระหนกอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุที่อันตรายชัดเจน แต่ร่างกายตอบสนองเหมือนกำลังเผชิญกับภัยร้ายแรง
- ลักษณะอาการใจสั่น ใจเต้นรัว หายใจไม่ออกแน่นหน้าอกมือเท้าชารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย หรือควบคุมตัวเองไม่ได้
- อาการทางกายอาการเหล่านี้จะพุ่งขึ้นสูงสุดภายใน 10 นาที และมักทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจจนต้องรีบเข้าห้องฉุกเฉิน
- เปรียบเทียบเหมือนการติดอยู่ในพายุที่พัดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้เกิดความกลัวสุดขีดในระยะเวลาสั้นๆ
คำแนะนำในการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง
แม้จะเป็นคนละโรคแต่ทั้งสองภาวะต้องการความเข้าใจและการดูแลที่ถูกต้องครับ
- อย่ามองข้ามความรู้สึกหากคุณพบว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันการทำงานหรือความสัมพันธ์อย่ารอจนอาการรุนแรง
- สังเกตตัวเองให้ดีการจดบันทึกอาการหรือช่วงเวลาที่เกิดความผิดปกติจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นการ “ซ่อมแซมใจ” เหมือนกับการหาหมอเมื่อเราป่วยทางกายครับ
- สำหรับคนรอบข้างการรับฟังโดยไม่ตัดสิน (Active Listening) คือยาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มครับ
สรุป: หากคุณรู้สึกว่าความเศร้าหรือความตื่นตระหนกเริ่มควบคุมยากไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันตามลำพังการได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งดูแลสุขภาพใจกันด้วยหากบทความนี้เป็นประโยชน์อย่าลืมแชร์ไปให้คนที่คุณห่วงใยได้อ่านกันครับ
Leave a Reply