
เคยไหมในขณะที่คุณกำลังประชุมเรื่องเป้าหมายรายไตรมาส หรือวางแผนซื้อประกันสุขภาพก็มีกระแสความคิดหนึ่งแว้บเข้ามาในหัว“ฉันอยากกลับบ้านไปกินโอวัลติน แล้วนอนดูการ์ตูนเฉยๆ”คุณอาจกำลังสงสัยกับตัวเองว่า นี่เราผิดปกติเหรอ?โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังรู้สึกเหมือนเป็นเด็กอยู่ข้างใน?ไม่ผิดเลย และคุณไม่ได้เป็นคนเดียวสิ่งที่คุณกำลังรู้สึกอยู่ เป็นสิ่งที่นักประสาทวิทยาเรียกว่า “Kidult Brain”หรืออีกชื่อที่เข้าใจง่ายกว่านั้นคือ “สมองผู้ใหญ่ที่มีหัวใจของเด็กซ่อนอยู่”
สมองของเราโตไม่เท่ากันทุกส่วน
จากงานวิจัยด้านสมองพบว่าสมองของคนเราไม่ได้พัฒนาไปพร้อมกันทั้งหมด
- Limbic System หรือระบบประมวลผลอารมณ์ของเรานั้น พัฒนาเร็วมากในช่วงวัยเด็ก ทำให้เรารับรู้อารมณ์ได้อย่างเข้มข้นและจริงจังมาตั้งแต่ยังเล็ก
- ขณะที่ Prefrontal Cortex ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคิด วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจในแบบผู้ใหญ่ กลับพัฒนาเต็มที่ช้ากว่ามาก คือราวอายุ 25 ปีขึ้นไป
ดังนั้นแม้ว่าอายุเราจะผ่านหลักสามหรือหลักสี่ แต่สมองส่วนที่เกี่ยวกับ “ความเป็นเด็ก” ก็ยังคง active อยู่ และในบางวันที่ชีวิตยุ่งเหยิง สมองส่วนเด็กนี้ก็อาจกลับมา “ยึดพื้นที่” ในใจเราอย่างเต็มรูปแบบ
โตแล้วเหนื่อยไม่ใช่เรื่องแปลก
ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบโตไวคาดหวังสูงทั้งเรื่องงานความมั่นคงทางการเงิน หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ของคำว่า “ผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ”หลายคนจึงต้อง “แสดงบทผู้ใหญ่” ตลอดเวลาแม้ในหัวลึกๆ จะยังไม่รู้สึกว่าโตพอ หรือพร้อมรับผิดชอบชีวิตใครจริงๆ ก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นคือความ “เหนื่อยล้าในบทบาท” หรือที่นักจิตวิทยาบางคนเรียกว่า Adulting Fatigue มันคือความอ่อนเพลียจากการต้องเป็นคนเก่ง คนมีสติ คนที่จัดการทุกอย่างได้แม้ในขณะที่หัวใจยังต้องการการโอบกอดเหมือนเด็กอยู่เลย
การเติบโตที่แท้จริงไม่ใช่การทิ้งความเป็นเด็ก
การโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทิ้งความเป็นเด็กไปทั้งหมดแต่มันคือการ ยอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นเด็กในตัวเราอย่างเข้าใจและอ่อนโยนการกลับไปนั่งระบายสี ฟังเพลงยุคอนุบาล หรือหัวเราะกับคลิปแมวใน TikTok ไม่ได้แปลว่าคุณ “ไม่โต”แต่นั่นคือการพักหายใจให้สมองส่วน Limbic System ได้ปลดปล่อยตัวตนตามธรรมชาติของมันและมันช่วยเยียวยาเราได้มากกว่าที่คิด
3 วิธีง่ายๆที่จะเยียวยาสมองแบบ Kidult Brain
- Check-in กับตัวเองวันละนิดถามตัวเองว่า “วันนี้รู้สึกยังไง?” แบบไม่ตัดสิน หรือต้องหาคำตอบที่ดีเสมอ แค่ซื่อสัตย์ก็พอ
- กลับไปทำกิจกรรมในวัยเด็ก เช่น ระบายสี, เล่นเกม, ต่อเลโก้, เขียนไดอารี่ หรือร้องเพลงยุค 90 เหล่านี้คือพื้นที่ปลอดภัยที่ปลุกความสุขในตัวคุณ
- สร้าง Safe Zone ให้ตัวเองอย่างน้อยวันละ 30 นาที ปิดการแจ้งเตือน พักจากหน้าจอ ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใคร เหลือแค่คุณกับตัวเอง
โตแค่ไหนใจก็ยังมีพื้นที่ให้ความเป็นเด็ก
คุณไม่ผิดปกติที่ยังอยากนอนกอดตุ๊กตา หรือแอบคิดถึงเสียงเพลงเปิดตัวโดเรม่อนเพราะในโลกที่บีบให้เราโตเกินวัย การรักษาความเป็นเด็กไว้ในหัวใจคือพลังลับในการเยียวยาและดูแลตัวเองโตแล้วก็ยังร้องไห้ได้ อยากหยุดพักได้ และยังอยากกินโอวัลตินกับขนมปังจิ้มนมก็ไม่ผิดเลยสักนิดบางทีการที่เรายังรู้สึกเป็นเด็กอยู่บ้างก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังเป็น “มนุษย์ที่อ่อนโยน” อยู่ก็ได้
Leave a Reply