
โรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของภาวะสมองเสื่อมทั่วโลก เชื่อว่ามีผู้สูงอายุประมาณ 6-7 แสนคนในประเทศไทยที่มีภาวะสมองเสื่อม โรคนี้เดิมอาศัยวิธีประเมินอาการของผู้ป่วย จะยืนยันการวินิจฉัยได้แน่ชัดจากการตรวจชิ้นเนื้อสมองหลังเสียชีวิตเท่านั้น ส่วนยาที่ใช้รักษาก็เป็นเพียงการประคับประคองอาการ ยังไม่มีแนวทางรักษาให้หายขาด
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าโรคอัลไซเมอร์เกิดจากการสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง ที่เรียกว่าโปรตีนอะไมลอยด์เบต้าและโปรตีนเทาว์ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบวิทยาการใหม่ๆ สำหรับการวินิจฉัยปัจจุบันมีการส่งตรวจพิเศษ 2 ทางได้แก่ 1.การตรวจภาพถ่ายรังสีนิวเคลียร์ด้วยเครื่องเพทสแกนซึ่งจะตรวจจับโปรตีนและปริมาณการกระจายตัวในการสะสมของโปรตีนบนส่วนต่างๆ ของสมอง เพื่อแปลผลผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ แยกโรคสมองเสื่อมอื่นๆ มีโอกาสกลายเป็นสมองเสื่อมเต็มขั้นมากแค่ไหน
2. การตรวจระดับโปรตีนโดยตรงจากน้ำไขสันหลังและในเลือด ซึ่งมีการพัฒนาชุดตรวจและเครื่องมือทำให้ความแม่นยำเพิ่มขึ้นมากกว่า 90% และล่าสุดในช่วงสองปีที่ผ่านมาในอเมริกาและยุโรปได้มีการรับรองชุดตรวจในเลือดเพื่อใช้ในการวินิจฉัย สามารถใช้เพียงการเจาะเลือด 3-5 ซีซี ก็สามารถวินิจฉัยโรคได้ และยังพัฒนาเครื่องมือตรวจให้ใช้สะดวกมากขึ้น ในรูปแบบของแผ่นตรวจสำเร็จรูป โดยหยดเลือดลงไปในแผ่นตรวจก็อาจจะตรวจจับโปรตีนเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับการใช้ชุดตรวจโควิด แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาทดลอง
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมรักษาโรค อัลไซเมอร์ด้วยยาและใช้ยาตามอาการเพื่อเพิ่มสารสื่อประสาทในสมอง แต่ไม่สามารถชะลอการเสื่อมถอยและการฝ่อของสมองได้ ทำให้ล่าสุดองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้รับรองให้สามารถใช้ยา lecanumab สำหรับการรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะต้นได้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา และมีการผลิตยาใหม่ๆ อีกมากมาย ที่อาจมีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่มีราคาแพงมาก และยังต้องมีการประเมินผลดีของยาระยะยาว และผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยต้องติดตามข้อมูลหลังการใช้จริงในต่างประเทศอีกระยะหนึ่ง จึงสามารถนำมาใช้ในวงกว้างได้ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่สงสัยว่ามีญาติหรือผู้ใกล้ชิดมีความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ สามารถไปรับการตรวจเบื้องต้นที่คลินิกผู้สูงอายุสถานพยาบาลใกล้บ้าน กรณีที่ตัวโรคมีความซับซ้อนจะมีการส่งตัวผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลในระดับที่สูงกว่าตามความเหมาะสม สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ สามารถให้บริการส่งตรวจระดับโปรตีนของโรคอัลไซเมอร์ในน้ำไขสันหลังได้ หากผู้ป่วยรายใดมีข้อบ่งชี้ที่ต้องเข้ารับการตรวจ สามารถเข้ารับการประเมินเบื้องต้นได้ที่สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
สำหรับ 10 สัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อมที่ทุกคนต้องสังเกตตัวเอง และญาติพี่น้อง รวมถึงคนที่เราพบเห็น ได้แก่
1. หลงลืมจนน่าหงุดหงิด : ลืมเรื่องใหม่ๆ ที่เพิ่งรับรู้ในระยะไม่เกิน 2 สัปดาห์ ลืมในสิ่งที่ไม่น่าจะลืม เช่น ลืมที่ตัวเองไปเที่ยวมา 7 วัน
2. หลงทิศในที่คุ้นเคย : สับสนทิศทางในที่ๆ เคยไปเป็นประจำ
3. ละเลยการดูแลตัวเอง : เคยดูดีกลับปล่อยตัว ไม่สระผม ไม่ตัดผม อาจแต่งตัวแปลกๆ ไม่ถูกกาลเทศะ
4. ไม่เกรงสายตาประชาชน : โมโหง่าย พูดหยาบคาย เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจมารยาทสังคม นึกอยากถอดเสื้อผ้าก็ถอด
5. มีความคิดแปลกๆ : เอาของไปไว้ในที่ที่ไม่ควรไว้ เช่น เอามือถือไปไว้ตู้เย็น ซ่อนของ ตัดสินใจแปลกๆ
6. ว่อกแว่ก : สมาธิสั้น ทำอะไรนานหรืองานที่จดจ่อไม่ได้ มักจะทำอะไรค้างๆ คาๆ ไว้หลายอย่าง
7. เรียกกันไม่ถูก พูดกันไม่ออก : มีปัญหาเรื่องภาษา เช่น นึกคำพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้เรียกว่าอะไร
8. บอกว่าไม่อยากเจอใคร : แยกตัว ไม่อยากไปไหน ไม่อยากเจอใคร
9. งานที่เคยใช่ กลับทำไม่ได้ : ทำงานที่เคยทำไม่ได้ ลืมวิธีขับรถ ทำกับข้าวรสเพี้ยนจากเดิมมาก
10. ดูภาพไม่เข้าใจ : ใกล้ไกลกะไม่ถูก ขับรถแล้วเหยียบเบรกบ่อยๆ เพราะกะระยะจากคันหน้าไม่ถูก มองป้ายสัญลักษณ์ ป้ายจราจรแล้วไม่เข้าใจ
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=829280825721569&set=a.539724338010554
Leave a Reply