โรคแพ้อากาศ สาเหตุอาการ และวิธีการป้องกัน

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง หรือมีสิ่งผิดปกติจากเดิม หลายคนอาจเริ่มมีอาการคันจมูก ไอ จาม และน้ำมูกไหล ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ “โรคแพ้อากาศ” หรือ “โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้” ที่พบได้ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเพศไหน วัยไหน หรือเชื้อชาติใด

ความสำคัญของโรคแพ้อากาศ

โรคแพ้อากาศมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยประมาณ 20% ในผู้ใหญ่ และร้อยละ 40 ในเด็ก โดยผู้ป่วยมักมีอาการชัดเจนเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงหรือในบางฤดู ทำให้เรียกว่าโรคแพ้อากาศ อาการที่พบบ่อยผู้ที่เป็นโรคแพ้อากาศมักมีอาการต่อไปนี้

  1. คันในจมูก: อาจมีอาการคันที่ตา เพดานปาก คอ หรือหูร่วมด้วย
  2. จามติดๆ กันหลายครั้ง
  3. มีน้ำมูกใสๆ ไหลมาก
  4. คัดแน่นจมูก: มักเกิดขึ้นสลับข้าง
  5. อาการอื่นๆ: เช่น หูอื้อ ปวดมึนศีรษะ จมูกไม่ได้กลิ่น น้ำมูกไหลลงคอ เสมหะติดในคอ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และหงุดหงิด

สาเหตุของโรคแพ้อากาศ

ฝุ่นในบ้านและตัวไรในฝุ่น (house-dust mite) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้ในผู้ป่วย โดยฝุ่นในบ้านประกอบด้วยเส้นใยจากเสื้อผ้า พรมปูพื้น ขี้ไคล รังแคจากคนและสัตว์เลี้ยง รวมถึงเศษอาหารและสิ่งขับถ่ายจากแมลง เช่น แมลงสาบ ตัวไรในฝุ่นมีขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มักอาศัยอยู่ในที่นอน หมอน และพื้นที่มืดชื้น อาจทำให้เกิดอาการแพ้เมื่อสะสมในปริมาณมาก

วิธีการป้องกันและกำจัดฝุ่น

การลดจำนวนฝุ่นละอองและตัวไรในบ้านสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะในห้องนอนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน

  1. จัดให้มีการตกแต่งห้องน้อยที่สุด
  2. ขัดพื้นห้องด้วยน้ำมัน เพื่อให้ฝุ่นเกาะติด
  3. หลีกเลี่ยงการปูพรม ควรใช้พื้นไม้หรือกระเบื้องแทน
  4. เก็บหนังสือและเสื้อผ้าในตู้ปิดมิดชิด
  5. เลือกเก้าอี้ที่ไม่มีเบาะหุ้มผ้า เพื่อลดการสะสมฝุ่น
  6. ไม่ควรมีซอกเล็กซอกน้อย ในห้อง เพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด
  7. ใช้ผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ที่สามารถซักได้ง่าย
  8. จัดเก็บของเล่นเด็กในตู้ปิดมิดชิด และหลีกเลี่ยงของเล่นที่มีขน

โรคแพ้อากาศเป็นโรคที่ต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะการควบคุมสภาพแวดล้อมในบ้าน เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมค่ะ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *