ใครจะไปคิด!? นักวิทยาศาสตร์พบกลิ่นผลไม้สุกอาจช่วยรักษามะเร็งได้ การค้นพบนี้ไปเปลี่ยนความหมายใหม่ให้กับสิ่งที่เรียกว่า ‘กลิ่น’ มันทรงพลังจนทำให้แม้แต่เซลล์ที่ไม่มีตัวรับกลิ่นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปถึงระดับดีเอ็นเอ

ที่มาผ่านนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ากลิ่นนั้นจะมีผลกับเซลล์ที่มีตัวกลิ่นอยู๋เท่านั้น หรือพูดง่าย ๆ ว่ามีผลแค่กับจมูก โดยจมูกจะส่งสัญญาณไปยังสมองเพื่อบอกว่ากำลังดมกลิ่นอะไรอยู่ ซึ่งมันอาจเป็นกลิ่นเครื่องปรุงในอาหารและเครื่องดื่ม กลิ่นจากผลิตภัณฑ์นม หรือกลิ่นผลไม้สุกหลายชนิดทั้งหมดนี้แม้จะมีแตกต่างกันแต่ก็สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกมันมีสารประกอบระเหยได้ที่ชื่อว่า ‘ไดอะซิทิล’ (Diacetyl) ผสมอยู่ มันทำให้เรารู้สึกหอมอย่างบอกไม่ถูก (แต่หากสูดดมในปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปอาจเกิดอันตรายได้) ที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหลายชนิด แต่ในตอนนี้งานวิจัยล่าสุดได้ชี้ให้เห็นว่า กลิ่นนั้นทรงพลังกว่าที่คิด“การสัมผัสกับกลิ่นสามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนได้โดยตรง แม้แต่ในเนื้อเยื่อที่ไม่มีตัวรับกลิ่นก็ตาม นี่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง” ศาสตราจารย์ Anandasankar Ray นักชีววิทยาด้านเซลล์และโมเลกุล จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว “โมเลกุลเหล่านี้สามารถเข้าสู่นิวเคลียสของเซลล์ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้” ศาสตราจารย์ Ray และทีมงานได้ทำการทดลองโดยให้แมลงวันผลไม้และหนูได้สัมผัสกับ ไดอะซิทิล ในปริมาณที่แตกต่างกันเป็นเวลา 5 วัน เพื่อพิสูจน์แนวคิดที่เคยเชื่อกันว่าสารประกอบระเหยได้ (หรือกลิ่น) ไม่ใช่ตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับใช้ในการบำบัดโรค และพวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงความคิดนี้ ด้วยการทดลองที่ออกแบบมาอย่างดี ทีมวิจัยพบว่า ไดอะซิทิล สามารถทำหน้าที่เป็นตัวยับยั้งสิ่งที่เรียกว่า ‘histone deacetylase (HDAC)’ ได้ ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นให้ยืนที่มีหน้าที่ยับยั้งแสดงออกได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้เกิดขึ้นทั้งในเซลล์สมอง ปอด หนวด และเนื้อเยื่อของมนุษย์ด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญก็คือ HDAC นี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์และระบบประสาท ซึ่งนำไปสู่การเป็นมะเร็งได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ‘กลิ่น’ ที่เข้าไปยั้บยั้ง HDAC ถือว่าช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ในทางอ้อม หลักฐานสนับสนุนก็คือทีมงานพบว่าไดอะซิทิลช่วยป้องกันการแพร่กระจายของนิวโรบลาสโตมา (มะเร็งชนิดก้อนที่เกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดระบบประสาทพัฒนาผิดปกติ) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
“สิ่งนี้เปิดโอกาสสำหรับสารยับยั้ง HDAC ที่ใช้กลิ่นเพื่อชะลอการเสื่อมของระบบประสาทหรือการขาดความจำในโรคต่าง ๆ” ศาสตราจารย์ Ray บอก แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ ทีมวิจัยไม่ได้ระบุระดับที่ ‘ปลอดภัย’ ในการดมกลิ่น ดังนั้นต้องระวังในจุดนี้เป็นอย่างยิ่ง (การดมซ้ำๆ มากเกินไปอาจส่งผลเสียยิ่งกว่าเดิม) อีกทั้งยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ อย่างมาก และนี่เป็นเพียงงานวิจัยแรกที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะใช้ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ เองก็ชี้ว่าต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมมากกว่านี้ แต่การวิจัยนี้ก็ได้เริ่มเปลี่ยนความหมายของคำว่า ‘กลิ่น’ ไปแล้ว “สารเคมีระเหยสามารถให้เป็นยารักษาโรคแก่พืชและสัตว์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดยาหรือกินยา” ศาสตราจารย์ Ray บอก “พวกเขาเพียงแค่หายใจเข้า มันเกือบจะให้ความหมายใหม่แก่การบำบัดด้วยกลิ่น”

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/environman.th


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *