ในยุคที่ใครๆ ก็หันมาดูแลสุขภาพร่างกายและผิวของเราให้ดูดีการทำหัตถการ ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ คอลลาเจน หรือเลเซอร์จึงเริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ตอนนี้มีหนึ่งเทรนด์การทำหัตการใหม่ที่จะทำให้ผิวของเรานุ่ม เด้งและแข็งแรงผ่านนวัตกรรมใหม่ที่จะมาช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากกลไกโดยธรรมชาติ อย่าง Regenerative Biostimulator สารกระตุ้นตัวใหม่นี้คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้างขอพาทุกคนเดินชมนวัตกรรมนี้ในงาน DASIL World Congress งานประชุมแพทย์ผิวหนังระดับโลก ครั้งที่ 11 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อหาคำตอบด้วยกัน
DASIL งานประชุมแพทย์ผิวหนังระดับโลก DASIL ย่อมาจาก The Dermatologic and Aesthetic Surgery International League World Congress คืองานประชุมแพทย์ผิวหนังในระดับนานาชาติ จัดโดย DASIL องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เกี่ยวกับแพทย์ผิวหนังและความงามจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดโอกาสให้แพทย์ผิวหนังและความงามจากทั่วโลกได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์ประสบการณ์ ไอเดีย ไปจนถึงอัพเดตนวัตกรรมใหม่ ๆ ในวงการความงามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ DASIL มาจัดงานที่ประเทศไทยเพราะประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการจัดงาน DASIL World Congress ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา และการกลับมาเป็นเจ้าภาพงาน DASIL World Congress ครั้งที่ 11 ของไทยในปี 2566 นี้ มีแพทย์ผิวหนังและความงามผู้ทรงคุณวุฒิจาก 190 ประเทศทั่วโลกมาขึ้นเวทีบรรยายเกี่ยวกับเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ
โดย Merz Aesthetics ได้เป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญของงาน DASIL ในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้วย รู้จัก Merz Aesthetics แล้วทำไม Merz Aesthetics ถึงเข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญของงานนี้ เราขอพาทุกคนย้อนไปทำความรู้จักหนึ่งในอาณาจักรด้านสุขภาพและความงามที่มาอายุนานถึง 115 ปีแห่งนี้กัน Merz Group ก่อตั้งขึ้นในปี 1908 โดย ที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมนี โดย Friedrich Merz เภสัชกรและนักเคมี วัย 24 ปี ตอนนั้น Merz ได้พัฒนา คิดค้นสูตรครีมบำรุงผิวที่มีเบสละลายน้ำได้ ทำให้ครีมซึมซาบสู่ผิวได้เร็วขึ้น
ก่อนจะเริ่มขยายธุรกิจเข้าสู่วงการความงามด้วยการเปิดตัว ‘Placentubex’ ครีมลดเลือนริ้วรอยที่งาน International Conference of Beauty Care ในปี 1953 ผลิตภัณฑ์ของ Merz ได้รับการกล่าวถึงใน Neue Illustrierte นิตยสารชั้นนำของเยอรมันว่า “Placentubex ทำให้ความฝันในการฟื้นฟูผิวที่มีมาอย่างยาวนาน กลายเป็นความจริงในแบบที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นได้” พอเข้าสู่ปี 2005 Merz ออกผลิตภัณฑ์ neurotoxin type A (botox ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน) โดยเริ่มต้นใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวก่อน จากนั้นจึงมีการนำมาใช้ในวงการเสริมความงามเมื่อปี 2009 นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Merz ก็เข้าสู่วงการเสริมความงามอย่างเต็มตัว ล่าสุดในปี 2020 Merz Group มีการปรับโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น 3 ด้านคือ Merz Therapeutics (สำหรับการบำบัดและรักษาโรค), Merz Lifecare (ทำด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและสกินแคร์) รวมไปถึง Merz Aesthetics ที่หันมาดู แลธุรกิจด้านการเสริมความงามโดยตรงโดยตอนนี้ Merz Group ยังคงเป็นธุรกิจครอบครัว ที่บริหารโดยทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งมาจากรากฐานที่ Friedrich Merz วางแผนให้เป็นธุรกิจครอบครัวอยู่แล้วสิ่งหนึ่งที่ Merz ยึดถือมาโดยตลอดคือการให้ความสำคัญกับงานวิจัย และวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการเสริมความงาม Regenerative biostimulator เทรนด์ความงามใหม่ที่มีวิทยาศาตร์อยู่เบื้องหลัง นวัตกรรมความงามล่าสุดของ Merz Aesthetics ก็มีวิทยาศาสตร์และงานวิจัยรองรับถึง 245 ฉบับ นั่นคือ ‘Regenerative biostimulator’ นั่นเอง เล่าก่อนว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง ถ้าเปรียบ เทียบกับบ้าน คอลลาเจนจะเป็นเหมือนเสาเข็มที่คอยทำหน้าที่ค้ำจุนบ้านให้เป็นทรงตามที่เราต้องการ ทำให้มันแข็งแรงตอนที่เราเป็นเด็ก ร่างกายของเราจะผลิตคอลลาเจนออกมาจำนวนมาก แต่เมื่อยิ่งอายุมากเท่าไหร่ คอลลาเจนก็จะผลิตน้อยลง ทำให้ผิวของเราเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุด และผิวไม่แข็งแรงเหมือนเดิมหากเราต้องการให้ร่างกายของมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ก็มีหัตถการที่สามารถเพิ่มคอลลาเจนผ่าน biostimulator 2 แบบ คือ แบบที่ทำให้ผิวอักเสบและไม่อักเสบแบบแรกคือสารกระตุ้นที่สร้างการอักเสบในผิว (inflame biostimulator) สารกระตุ้นแบบนี้จะทำปฏิกิริยาให้ร่างกายเกิดบาดแผลข้างใน เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนออกมา แต่คอลลาเจนที่ออกมาจะดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่นุ่มและไม่ให้ความแข็งแรงแบบที่สองคือสารกระตุ้นที่ไม่สร้างการอักเสบในผิว (non-inflame biostimulator) หรือที่นิยมเรียกในท้องตลาดตอนนี้ว่า Regenerative biostimulator หรือสารเติมเต็มจาก CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เป็นสารกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายสร้างเซลล์ด้วยปฏิกิริยาตามธรรมชาติผลลัพท์ที่เกิดขึ้นคือร่างกายไม่ได้สร้างเฉพาะคอลลาเจนเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นการสร้างส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญในผิวเรา
– กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน type 1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนประเภทที่มีอยู่บนใบหน้าคนเราประมาณ 80-90% ทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แข็งแรง
– กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน type 3 เป็นคอลลาเจนประเภทที่อยู่ในผิวเด็กมากที่สุด ทำให้ผิวแข็งแรงและเต่งตึง นอกจากนี้
– กระตุ้นการสร้าง Elastin เพื่อทำให้ผิวเด้ง ยืดหยุ่น
– กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดเล็ก (Angiogenesis) เพื่อให้มีสารอาหารหล่อเลี้ยงผิว
– กระตุ้นการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิว (Proteoglycan) เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า Regenerative biostimulator ไม่ได้กระตุ้นเฉพาะผิวเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างเซลล์ไขมัน ซึ่งมีประโชยน์ต่อการรักษาผู้ป่วย หรือเสริมความงามสำหรับคนไข้กลุ่มที่เป็น HIV ที่สูญเสียไขมันบนใบหน้าให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีตามปกติได้
พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังสรุปง่าย ๆ ว่า regenerative มีคุณสมบัติในการ ‘Reset-Repair-Restore’ หมายถึงการจัดการ (Reset) การทำงานของเซลล์ให้ เซลล์กลับไปซ่อมแซม (Repair) ส่วนที่เสื่อมไป และกลับไปฟื้นฟู (Restore) การทำงานของเซลล์ให้กลับมาทำงานตามปกติเพราะฉะนั้น Regenerative biostimulator จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย เพราะสารกระตุ้นชนิดนี้จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงและเต่งตึงมากขึ้น Regenerative biostimulator ต่างจากการฉีดคอลลาเจนและฟิลเลอร์อย่างไร? หลักการทำงานของ Regenerative biostimulator แตกต่างกับการฉีดฟิลเลอร์อย่างชัดเจนหลักการทำงานของฟิลเลอร์คือการเติมเต็มส่วนที่เป็นร่องลึกให้กลับมาดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แต่ฟิลเลอร์ไม่มีฟังก์ชันในการฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ขณะที่การทำงานของ Regenerative biostimulator เป็นมากกว่าฟิลเลอร์ธรรมดา เพราะมีการกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ร่วมด้วย Regenerative biostimulator จึงเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของการหัตถการอื่นๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ ไฮฟู เลเซอร์ ทำให้ผิวของเราทำงานดีขึ้นและทำให้ผลการรักษาจากหัตถการอื่นๆ ดีขึ้นอีกด้วย โดยสามารถทำ Regenerative biostimulator เพื่อทำให้ผิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนหรือหลังทำหัตถการอื่นๆ ได้
สำหรับระยะเวลาในการทำหัตถการแต่ละครั้ง Regenerative biositmulator แต่ละยี่ห้อมีระยะเวลาการทำงานไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน – 2 ปี ส่วนอายุของผู้เข้ารับการรักษาก็ไม่มีการกำหนดตายตัว แต่แพทย์แนะนำว่าตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป เซลล์จะเริ่มทำงานน้อยลง สามารถเริ่มทำ Regenerative biostimulator ได้เลย
[เพราะวิทยาศาสตร์อยู่เบื้องหลังทุกความมั่นใจทุกวันนี้ เวลาที่เราหันมาดูแลตัวเองไม่ว่า จะผ่านสกินแคร์ อาหารเสริม หรือทำหัตถการต่าง ๆ สุดท้ายแล้ว สิ่งที่อยู่เบื้องหลังก็คือวิทยาศาสตร์ Merz Aesthetics เชื่อในเรื่องการสร้างความมั่นใจผ่านวิทยาศาสตร์จึงมี การทุ่มงบประมาณ R&D เพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านการเสริมความงามราว 15%
เพราะกว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในท้องตลาด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ต่างต้องร่วมมือช่วยกันทำงานวิจัยออกมาเพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพและ ความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานอย่างเรามั่นใจเสมอ ซึ่งวิทยาศาสตร์คือสิ่งที่ก้าวหน้าอยู่เสมอ จึงต้องมีการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องก่อนที่เราจะนำสารอะไรเข้าร่างกายเราควรจะศึกษาให้เข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ก่อนว่ามันจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายเพราะเมื่อนำสารเหล่านี้เข้าไปแล้วมันจะอยู่กับร่างกายของเราไปตลอดชีวิต

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=669068042024309&set=a.577986301132484


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *