
โดยหลายบริษัทใหญ่ได้ออกคำสั่งให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น Amazon, Dell, และ McKinsey & Co. การศึกษาล่าสุดเผยว่าพนักงานในอังกฤษยินดีที่จะสละค่าจ้างถึง 8.2% เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการทำงานแบบไฮบริด หรือการทำงานจากที่บ้าน 2-3 วันต่อสัปดาห์ การศึกษาโดยนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ และคิงส์คอลเลจลอนดอนได้รวบรวมข้อมูลจากพนักงานจำนวน 1,800 คน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของการทำงานจากที่บ้านต่อค่าจ้าง โดยผลการศึกษาพบว่า พนักงานที่ทำงานจากที่บ้านไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนในช่วงสองปีแรกหลังการระบาดของโควิด-19 ในขณะที่พนักงานที่กลับมาทำงานที่ออฟฟิศได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน 2-7% นอกจากนี้ การวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางของพนักงาน เช่น ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ พบว่าพนักงานในอังกฤษยินดีที่จะสูญเสียรายได้ 8.2% เพื่อประโยชน์ในการทำงานจากที่บ้านมากกว่าการเดินทางไปออฟฟิศ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและคนรุ่นใหม่ที่มีการเดินทางไกล พนักงานที่ทำงานในสายงานที่ไม่จำเป็นต้องพบหน้ากันทุกวัน เช่น ที่ปรึกษาและโปรแกรมเมอร์ มักเลือกทำงานจากที่บ้านมากกว่าคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งการทำงานจากที่บ้านได้รับการมองว่าเป็นประโยชน์โดยเฉพาะในการดูแลครอบครัว ทั้งนี้ การศึกษาได้ชี้ว่าแม้การทำงานจากที่บ้านอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในบางมุมมอง แต่ผลการศึกษาไม่ได้สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวโดยชี้ว่าการทำงานแบบผสมผสานไม่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในที่ทำงานในลอนดอน มีการระบุว่ามากกว่า 40% ของพนักงานเลือกทำงานจากที่บ้านเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยการศึกษาของ Centre for Cities ได้แนะนำว่าองค์กรควรมีสวัสดิการที่ดึงดูดเพื่อกระตุ้นให้พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศมากขึ้น เช่น การช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อดึงดูดความสนใจของพนักงาน
Leave a Reply