ในเกมยิ่งวิ่งยิ่งสนุกแต่ชีวิตจริงอย่าละเลยสัญญาณเตือนจากร่างกาย!

การวิ่งเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่สร้างความฟินและช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก่อนที่คุณจะมุ่งมั่นกับการทำลายสถิติส่วนตัว (PB) โฟกัสเรื่องความเร็วหรือระยะทางสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพกติดตัวไปด้วยเสมอคือการฟังเสียงร่างกายตัวเองครับหลายคนมักคิดว่าความเหนื่อยความเจ็บหรือความล้าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องฝืนทนไปให้สุดแต่ในชีวิตจริงการละเลยสัญญาณเล็กๆอาจเปลี่ยนจากการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพให้กลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้! 6 สัญญาณเตือนอันตราย! รู้สึกเมื่อไหร่ “ต้องหยุดวิ่งทันที” หากระหว่างวิ่ง คุณหรือคนข้างๆมีอาการเหล่านี้อย่าพยายามวิ่งต่อให้จบระยะเด็ดขาด

  1. แน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอกรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดทับ อาจร้าวไปที่แขน คอ หรือหลัง (สัญญาณเสี่ยงภาวะหัวใจขาดเลือด)
  2. เวียนศีรษะหน้ามืดตาพร่ามัวรู้สึกทรงตัวไม่อยู่ หรือคล้ายจะเป็นลม
  3. หายใจหอบเหนื่อยผิดปกติเหนื่อยจนพูดไม่เป็นคำหรือรู้สึกว่าสูดอากาศเข้าปอดได้ไม่พอ
  4. หัวใจเต้นผิดจังหวะเต้นรัวสะดุดกระตุกหรือเต้นเร็วเกินไปอย่างผิดสังเกต
  5. เจ็บแปลบเฉพาะจุดที่ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณเข่าข้อเท้าหรือเอ็นร้อยหวายที่เจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
  6. ตัวเย็นอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมากหรือไม่มีเหงื่อออกสัญญาณเสี่ยงภาวะโรคลมแดด (Heatstroke)

3 ข้อแนะนำสำหรับนักวิ่งเพื่อความปลอดภัยระยะยาว

  • ฟังเสียงร่างกายก่อนฟังนาฬิกาแม้ตารางซ้อมจะบอกให้วิ่งต่อแต่ถ้าร่างกายส่งสัญญาณเตือนการ “หยุดพักและสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ” คือทางเลือกที่ดีที่สุดไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • วอร์มอัพและคูลดาวน์เสมอยืดเหงียดกล้ามเนื้อและปรับอัตราการเต้นของหัวใจอย่างเป็นขั้นตอนช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บและหัวใจทำงานหนักเกินไปได้มหาศาล
  • เตรียมพร้อมเรื่องน้ำและเกลือแร่โดยเฉพาะการวิ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นควรจิบน้ำเป็นระยะและไม่ควรมองข้ามการชดเชยเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะตะคริวหรือโซเดียมในเลือดต่ำ

Remember: ในเกมเราอาจจะมีชีวิตสำรองให้ลองใหม่แต่ชีวิตจริง”ความปลอดภัยและสุขภาพที่ยั่งยืน” คือเส้นชัยที่แท้จริงของการวิ่งครับ!


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *