
“การยกระดับความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของลูกทีม จะช่วยปรับปรุงบรรยากาศการทำงานภายในทีม” คือผลจากการศึกษาของ วาเนสซา เอิร์ธ ดรัสแคต (Vanessa Urch Druskat) จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น รีเซิร์ฟ (Case Western Reserve University) และ สตีเวน บี. วอล์ฟ (Steven B. Wolff) จากมาริสต์ คอลเลจ (Marist College) ผู้ร่วมพัฒนาทฤษฎีความฉลาดทางอารมณ์ของกลุ่มการที่ผู้นำสามารถสร้างวัฒนธรรมทางอารมณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นภายในทีมหรือองค์กรได้ ด้วยการวางกฎเกณฑ์ในการ ‘ทำงานร่วมกัน’ เช่น การมีแนวปฏิบัติในการจัดการความเครียด ความท้าทาย ตลอดจนกระบวนการและหลักเกณฑ์การตัดสินใจ จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการอารมณ์ภายในทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่ภายใต้สภาวะกดดัน อารมณ์ที่เป็นบวกจะก่อให้เกิดแรงจูงใจและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมาชิกในทีม โดยมีแนวทางการสร้างวัฒนธรรมทางอารมณ์ที่ดี ดังต่อไปนี้
กระชับความสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากงานออกไปทำกิจกรรมร่วมกันนอกสถานที่เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น หรืออาจใช้วิธีทักทายพูดคุยก่อนเริ่มการประชุม หรือสนทนาถึงอารมณ์ของกลุ่มอย่างตรงไปตรงมา โดยให้เวลากับการพูดคุยในประเด็นที่เห็นต่างและจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งแสดงความเข้าใจในอารมณ์ของสมาชิกในทีม ที่สำคัญคือ ใช้ความยืดหยุ่นกับคนในทีม ให้ความช่วยเหลือถ้าพวกเขาต้องการ
สร้างความเชื่อมั่น เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากให้ผู้นำสร้างความเชื่อมั่นให้ทีมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น เช่น “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน” เป็นต้น รวมถึงหาวิธีที่สนุกสนานในการบรรเทาความตึงเครียดทั้งหลาย เตือนให้คนในทีมตระหนักถึงภารกิจที่สำคัญในเชิงบวก เน้นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ มุ่งไปที่การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การกล่าวโทษกัน
เมื่อต้องตัดสินใจ ถามความเห็นทีมด้วยสอบถามว่า ทุกคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจหรือไม่ อย่าลืมสอบถามคนที่ไม่แสดงความคิดเห็นว่าคิดอย่างไร ให้ความเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกันของแต่ละคน ชมเชยสมาชิกในทีมที่มีส่วนร่วมในการทำงาน และทำให้ทุกคนรู้ว่า พวกเขามีความสำคัญ รวมถึงดูแลปกป้องสมาชิกในทีม ไม่ดูถูกเหยียดหยามเด็ดขาด
เตือนสมาชิกที่ทำผิดด้วยความเข้าใจเตือนสมาชิกในทีม หากมีพฤติกรรมขัดกับกฎเกณฑ์ที่กำหนด หาสาเหตุนั้นให้พบด้วยการตั้งคำถามและตั้งใจฟังคำตอบด้วยความจริงใจ ไม่ด่วนตัดสิน เมื่อทราบสาเหตุให้หาทางออกร่วมกันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ใจความสำคัญคือ เมื่อผู้นำได้เริ่มกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ควรให้ทุกคนในทีมได้มี ‘ส่วนร่วม’ จงตระหนักว่าทุกคนมีส่วนสำคัญในกระบวนการดังกล่าว ให้ปรึกษาพวกเขาก่อนจะกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆและเลือกใช้ภาษาที่สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในการจัดการความขัดแย้งหรือความตึงเครียด
การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ พึงระลึกไว้ว่า คุณไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของทุกคนทันที ให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพวกเขาทีละน้อย แล้วอารมณ์ของพวกเขาจะค่อยเปลี่ยนแปลงไปเอง สรุปคือ การกระชับความสัมพันธ์คนในทีมด้วยการพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันที่นอกเหนือจากงาน สร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นให้คนในทีมเมื่อเจอกับช่วงเวลาท้าทายหรือยากลำบาก ถามความเห็นเมื่อต้องตัดสินใจ และเตือนสมาชิกที่ทำผิดข้อตกลงด้วยความเข้าอกเข้าใจ จะช่วยให้บรรยากาศการทำงานในองค์กรดีขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องเป็นผู้ริเริ่มแนวทางปฏิบัติเพื่อนำองค์กรไปสู่วัฒนธรรมทางอารมณ์ที่ดี และมุ่งไปสู่จุดหมายได้ในที่สุด เขียนโดย Phoothit Arunphoon
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.facebook.com/futuretrends.th
Leave a Reply