ไขข้อข้องใจตรวจภายในเจอคำว่า CIN ใช่มะเร็งปากมดลูกหรือยัง?

สำหรับผู้หญิงเราการไปตรวจภายในหรือตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่บ่อยครั้งเมื่อได้รับใบผลตรวจมาแล้วเจอตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษอย่างคำว่า “CIN” หลายคนถึงกับใจเสียและตกใจคิดว่าตัวเองกำลังเป็นมะเร็งไปแล้วอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปครับ! ทางการแพทย์ยืนยันว่า CIN ยังไม่ใช่มะเร็งแต่เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่บอกให้เราก้าวเข้ามาดูแลตัวเองได้ทันเวลาก่อนที่มันจะสายเกินไปวันนี้เพจเราจะพาไปทำความเข้าใจคำนี้กันแบบย่อๆแต่ได้ใจความครับ CIN คืออะไร? ตัวการร้ายมาจากไหน?CIN ย่อมาจาก Cervical Intraepithelial Neoplasia คือภาวะที่เซลล์เนื้อเยื่อบุผิวบริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติสาเหตุเกือบ 100% ของภาวะนี้มาจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง ซึ่งติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจกำจัดไวรัสนี้ออกไปได้เองแต่หากร่างกายกำจัดไม่ได้และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานหลายปี (หรือเป็นสิบปี) เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้ก็สามารถพัฒนาต่อจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ในที่สุดข้อมูลเพิ่มเติมเจาะลึก CIN 3 ระดับความรุนแรงต่างกันอย่างไร? ทางการแพทย์จะแบ่งระดับความรุนแรงของ CIN ออกเป็น 3 ระดับตามความลึกของการกระจายตัวของเซลล์ที่ผิดปกติในชั้นผิวบุปากมดลูก ดังนี้ครับ

  • CIN 1 (ระดับรุนแรงน้อย) เซลล์ผิดปกติอยู่เฉพาะชั้นผิวตื้นๆ เท่านั้นส่วนใหญ่ประมาณ 60-80% สามารถหายกลับเป็นปกติได้เองภายใน 1-2 ปี โดยอาศัยภูมิคุ้มกันของร่างกายแพทย์มักจะใช้วิธีนัดติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
  • CIN 2 (ระดับรุนแรงปานกลาง) เซลล์เริ่มผิดปกติลึกขึ้น (ประมาณ 2 ใน 3 ของความหนาผิวบุ) ระดับนี้มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งมากขึ้นแพทย์อาจพิจารณารักษาหรือติดตามอาการขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและปัจจัยร่วมของผู้ป่วย
  • CIN 3 (ระดับรุนแรงมาก) เซลล์ผิดปกติเต็มชั้นผิวบุปากมดลูกทั้งหมดแล้วแต่ยังไม่ทะลุผ่านเนื้อเยื่อฐานลงไปถือเป็นระยะก่อนมะเร็งที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปะทุขึ้นมา

คำแนะนำทางการแพทย์เจอ CIN แล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

  1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหากตรวจพบ CIN 1 แพทย์อาจแค่นัดส่องกล้องตรวจปากมดลูก ($Colposcopy$) หรือนัดตรวจซ้ำทุก 6 เดือนแต่หากพบ CIN 2 หรือ CIN 3 แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการใช้ห่วงไฟฟ้าตัดเนื้อเยื่อปากมดลูกออกหรือการจี้เย็น เพื่อสกัดกั้นโรค
  2. ดูแลภูมิคุ้มกันของร่างกายงดสูบบุหรี่พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมีส่วนช่วยอย่างมากในการกำจัดเชื้อ HPV ในระยะเริ่มต้น
  3. ชวนคู่นอนป้องกันการสวมถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อ HPV เพิ่มเติมได้
  4. ห้ามละเลยการตรวจคัดกรองไม่ว่าผลตรวจจะเป็นอย่างไรการไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำทุกปีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะทำให้เรารู้เท่าทันโรคได้ไวและรักษาได้ทันท่วงทีครับ

Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *