ไมโครพลาสติกในลมหายใจมลพิษร้ายที่แทรกซึมเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัว

เมื่อพูดถึงมลพิษทางอากาศ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงฝุ่น PM 2.5 หรือควันพิษจากโรงงานและรถยนต์ แต่ยังมี “ภัยเงียบ” อีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจในวงการวิทยาศาสตร์และสุขภาพ นั่นคือ “ไมโครพลาสติก” อนุภาคพลาสติกจิ๋วที่เราสูดเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัว

ไมโครพลาสติก คืออะไร?

ไมโครพลาสติก (Microplastics) คืออนุภาคพลาสติกขนาดเล็กมาก มักมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร และบางชนิดเล็กยิ่งกว่านั้นจนสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนเลือดได้ง่าย พบได้ในฝุ่นผงทั่วไป เส้นใยจากเสื้อผ้า พรม หรือแม้แต่มลภาวะในรถยนต์และในบ้าน

งานวิจัยชี้เรากำลังหายใจเอาไมโครพลาสติกเข้าไปวันละกว่า 70,000 อนุภาค

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ได้เผยผลการศึกษาล่าสุดที่น่าตกใจพวกเขาใช้เทคนิค Raman Spectroscopy ตรวจวัดปริมาณไมโครพลาสติกในอากาศภายในอพาร์ตเมนต์และรถยนต์ พบว่า

  • ในอาคารทั่วไป มีไมโครพลาสติกเฉลี่ย 528 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร
  • ในรถยนต์ ตัวเลขพุ่งสูงถึง 2,238 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร

ยิ่งไปกว่านั้นกว่า 94% ของอนุภาคเหล่านี้มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ซึ่งเล็กพอที่จะทะลุผ่านผนังถุงลมในปอด และเข้าสู่กระแสเลือดได้

ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร?

แม้ว่ายังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลกระทบในระยะยาวแต่เบื้องต้นนักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่าไมโครพลาสติก

  • อาจกระตุ้นการอักเสบเรื้อรัง ในเนื้อเยื่อปอดหรืออวัยวะอื่นๆ
  • อาจเป็นตัวกระตุ้นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะในกรณีที่มีโลหะหนักหรือสารเคมีอันตรายเคลือบอยู่
  • อาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและระบบสืบพันธุ์ ตามที่เริ่มพบในงานวิจัยกับสัตว์ทดลอง

แล้วเราจะป้องกันตัวเองอย่างไรได้บ้าง?

แม้ไมโครพลาสติกจะเล็กเกินกว่าจะมองเห็นหรือหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด แต่เรายังสามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ ดูแลความสะอาดภายในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่มีพรม ผ้าม่าน และเส้นใยสังเคราะห์ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทลดการสะสมของฝุ่นและอนุภาคในอากาศใช้เครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห้องนอนหรือพื้นที่ใช้ชีวิตประจำ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อลดแหล่งต้นกำเนิดของไมโครพลาสติกดูแลสุขภาพปอดด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอและเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษสูง

สรุป: เมื่อมลพิษไม่ได้มีแค่ที่เรามองเห็น

ไมโครพลาสติกอาจเป็นหนึ่งในภัยสุขภาพยุคใหม่ที่ยังไม่มีใครเข้าใจผลกระทบเต็มที่แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ มันอยู่รอบตัวเรา และแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างเงียบงัน การตื่นรู้และเริ่มปรับพฤติกรรมวันนี้ อาจเป็นการป้องกันโรคร้ายในอนาคต


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *