ไม่ต้องกินสีสังเคราะห์อีกต่อไป!! สีผสมอาหารใหม่ได้จากการ “หมักยีสต์”

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพของอิสราเอล อย่าง Phytolon และ Ginkgo Bioworks จากสหรัฐฯ ร่วมกันวิจัยและพัฒนา สีผสมอาหารจากธรรมชาติ ของเฉดสีเหลืองไล่ไปจนถึงเฉดของสีม่วง โดยสีที่ได้ออกมาต้องมีความสดใสเทียบเท่ากับสีสังเคราะห์ ผ่านมา 2 ปีนับจากวันนั้น ตอนนี้พวกเขาทำ สำเร็จแล้วโดยสีผสมอาหารที่พวกเขาได้พัฒนาออกมานี้ เป็นสีผสมอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการหมักยีสต์ 2 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน จนได้ออกมาเป็น Betalain เม็ดสีจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถไล่เฉดสีได้ตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีม่วง หรือก็คือได้สีตั้งแต่เหลือง, ส้ม, แดง, ชมพู, ไปจนถึงม่วงจุดเด่นของสีตัวนี้ นอกจากมันจะมีความสดใสเทียบเท่ากับสีสังเคราะห์แล้ว แน่นอนว่ามันยังไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำออกสู่ตลาด คงต้องติดตามกันต่อไปว่า สีที่เกิดจากการหมักยีสต์ตัวนี้ จะได้รับความนิยมมากขนาดไหนกันหลายๆคนอาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆแต่จริง ๆ แล้วเรื่องสีผสมอาหารจากธรรมชาตินี้ ถือเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญระดับโลกที่หลายๆ ประเทศใส่ใจ จนถึงขั้นออกกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับการใช้สีสังเคราะห์ในอาหารออกมา เช่นล่าสุดช่วงเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางสหภาพยุโรปได้แบนสีผสมอาหารสีขาวที่ทำจากไทเทเนียมไดออกไซด์ เพราะมีความเสี่ยงต่อการเป็นพิษกับร่างกาย ส่งผลไปถึงสมรรถนะทางเพศและพัฒนาการซึ่งก่อนที่ทาง Phytolon และ Ginkgo Bioworks จะทำสำเร็จก็มีหลากหลายบริษัทที่ได้เริ่มทำการทดลองเรื่องนี้เช่นกันเพียงแต่ว่าผลงานก่อนหน้าที่ออกมามักจะมีสีสันที่ดูด้อยกว่าสีสังเคราะห์มาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูด ผู้บริโภคทำให้มันไม่ได้รับความนิยมตามรายงานของบริษัท Polaris Market Research วิเคราะห์ไว้ว่า สีผสมอาหารจากธรรมชาตินี้จะเป็นสิ่งดึงดูดโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Gen Z เพราะกลุ่มลูกค้านี้จะใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและสารเคมีมากเป็นพิเศษคาดว่าในอนาคตอีกประมาณ 6 ปีข้างหน้า มูลค่าของตลาดสีผสมอาหารธรรมชาตินี้จะเพิ่มสูงขึ้นจนแตะ 2,900 ล้านดอลลาร์ หรือก็คือมีอัตราการเติบโต 7.4% ต่อปี

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=738964438360371&set=a.266091618980991


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *