
ท่ามกลางความวุ่นวายของการใช้ชีวิตที่ต้องทำงานแบบ 9-5 ผู้คนต้องหาความสุขด้วยเวลาอันน้อยนิดที่หยุดพักจากงานทำให้หลายคนหันหน้าเข้าหา Work-Life Balance ที่ทำให้เวลาการใช้ชีวิตและเวลาที่ต้องทำงานไม่ห่างไกลกันมากเกินไป
ในประเทศแถบสแกนดิเนเวียร์ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตให้สนุกพอ ๆ กับการทำงานให้สำเร็จจนกลายเป็นประเทศที่คนมีความสุขเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอย่างสวีเดน แนวคิดของ Work-Life Balance ถูกรู้จักกันในชื่อ “ลากอม” (Lagom อ่านว่า ลา-กอม) ที่เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตของชาวสวีเดนมายาวนาน ลากอมแปลได้ว่า “ไม่มากเกิน ไม่น้อยไป แค่พอดี” (Not too little, not too much — just right) หากเรียกแบบไทย ๆ ก็อาจพูดได้ว่าเป็นการใช้ชีวิตแบบทางสายกลาง
แนวคิดนี้กว้างกว่า Work-Life Balance เพราะไม่ใช่แค่หาสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อนแค่นั้น แต่หมายถึงการหาสมดุลในทุกเรื่องอย่างการบาลานซ์ระหว่างการอยู่คนเดียวและการเข้าสังคม ลากอมยังเปลี่ยนแปลงตามบริบท เมื่อพูดถึงการเข้าสังคมหมายถึงกาลเทศะ ปริมาณอาหารที่เหมาะสมถ้าเป็นเรื่องการกินอาหาร ดีไซน์การออกแบบบ้านแบบน้อยแต่มาก หรือการใช้เหตุผลในการทำธุรกิจ พูดง่าย ๆ ว่าไม่สุดโต่งเกินไปในทุกเรื่อง
ลากอมเป็นเพียงแค่แนวคิดหลักของการใช้ชีวิตไม่ใช่กฎการใช้ชีวิตเหมือนที่เราเห็นตามหนังสือ How To แนวพัฒนาตัวเองที่จั่วหัวว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้จะทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ ตรงกันข้าม ลากอมมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างออกไปตามเงื่อนไขและสภาพชีวิตของแต่ละคนเพราะ “ความพอดี” ของชีวิตเป็นเรื่องของใครของมันที่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อรับฟังตัวเองได้หลายแบบตั้งแต่ระดับเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างเช่น พักเบรกซักเล็กน้อย ในสวีเดน จะมีกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “Fika” หมายถึงช่วงเวลาของการพักเบรกระหว่างวัน โดยปกติท่ามกลางความวุ่นวายและชีวิตที่เร่งรีบ กาแฟเป็นเครื่องดื่มเติมคาเฟอีนที่ช่วยไม่ให้ง่วงและกระปรี้กระเปร่ามีแรงทำงาน แต่การดื่มกาแฟและกินขนมของ Fika เป็นการพักเบรกจากสิ่งที่เคร่งเครียดเพื่อพูดคุยและเข้าสังคม
ตั้งใจฟังสิ่งที่คนอื่นพูด ในบทสนทนาหนึ่ง ๆ ก็เป็นพื้นที่ที่จำเป็นจะต้องทำให้เกิดความสมดุลเช่นเดียวกัน เรามีหน้าที่ทั้ง 2 อย่าง เป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟัง วิธีการรักษาบาลานซ์ก็คือการตั้งใจฟังสิ่งที่คนอื่นพูดและแสดงอาการว่าเรากำลังรับฟังอยู่ด้วยการถามคำถาม การพูดย้ำสิ่งที่คู่สนทนาพูด หรือแม้แต่ทำหน้าสนใจและสนุกสนามเวลาที่บทสนทนาดำเนินไปได้ดีแทนที่จะพูดเรื่องของตัวเองอยู่คนเดียว
ไม่เครียดเกินและไม่โลกสวยไป ความเครียดเป็นตัวแทนของความรู้สึกในแง่ลบซึ่งถ้ามีมากเกินไปก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิต ส่วนการโลกสวยเกินไปก็หมายถึงการปฏิเสธอารมณ์แง่ลบทั้งปวง และฝืนทำให้ตัวเองเป็นคนคิดบวกและอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาแม้ในช่วงที่ไม่สบายใจซึ่งผิดธรรมชาติของมนุษย์ การรักษาความสมดุลระหว่างอารมณ์บวกและอารมณ์ ลบเลยเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดแบบลากอม
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก :https://web.facebook.com/photo/?fbid=674497488045824&set=a.628388912656682
Leave a Reply