
“ขอถุงพลาสติกด้วยครับ”แทบไม่เคยมีวันไหนเลยสำหรับปัญหาที่ก่อตัวมาจากขยะที่เป็นถุงพลาสติก โดยเฉพาะการย่อยสลายหายไปจากโลกที่ยากยิ่ง แต่กลับมีฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายเสียเหลือเกิน สองอย่างนี้มันยิ่งสวนทางกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับสมัยนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นสิ่งของต่าง ๆ ถูกใส่ในถุงพลาสติก ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เศษขยะ ของเสีย ก็ล้วนถูกใส่ไว้ในถุงพลาสติก คือเรียกได้ว่าถุงพลาสติกนี่มันใช้ง่าย จนพวกเรามองข้ามข้อเสียของมันไปอย่าง ‘รู้อยู่แก่ใจ’ แต่คงมีหลายคนที่ยังไม่รู้ถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของพลาสติกแต่โดยแรก ต้องบอกเลยว่าจุดประสงค์ของ ‘พลาสติก’ นั้นได้ถือกำเนิดมาเพื่อช่วยรักษ์โลกใช่ครับ รักษ์โลกอย่างแท้จริงเลย ย้อนกลับไปเมื่อปี 1959 ตอนนั้นได้มีผู้คนใช้ถุงกระดาษ กันอย่างแพร่หลาย แพร่หลายจนทำให้มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า ‘สเตียน กุสตาฟ ทูลิน’ (Sten Gustaf Thulin) เป็นชาวสวีเดน ผู้ซึ่งเป็นผู้คิดค้นถุงพลาสติกเพื่อนำมาทดแทนการตัดไม้ทำลายป่าเหตุเพราะนำมาผลิตถุงกระดาษในช่วงเวลานั้นการตัดไม้ช่วงนั้นมันหนักสาหัสมาก ธูลิน จึงคิดค้นถุงที่ทำจากโพลีเอทิลีน แข็งแรง ใช้งานได้ทนทาน และน้ำหนักเบา โดยคาดหวังว่าผู้คนจะใช้มันแทนถุงกระดาษเพราะ ‘สามารถใช้งานได้ซ้ำหลายครั้ง และช่วยอนุรักษ์ป่าไม้’ คือจุดประสงค์หลักของการผลิต ถุงพลาสติกหรือบ้านเราที่เรียก ‘ถุงก็อบแก็บ’ นั่นแหละ
แต่จุดประสงค์หลักนั้นนานวันไปกลับไม่เป็นเช่นนั้น ปัจจุบันพลาสติกได้กลายเป็นตัวร้ายตัวฉกาจของโลกใบนี้ไปเสียแล้ว ถุงพลาสติกได้ครองโลกแทนที่ถุงกระดาษไปเป็นที่เรียบร้อย และปัญหาที่ตามมาคือเกิดการใช้ครั้งเดียวทิ้ง จนกลายเป็น ‘Single-Used Plastic’ ซึ่งเป็นภัยร้ายที่คลืบคลานมาแบบเงียบ ๆ เรียกได้ว่า พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งนี่เห็นได้โดยทั่วไปเลย ไม่ว่าจะไปตลาด ซื้ออาหารหรืออะไรก็ได้ต่าง ๆ นา ๆ ที่ขนาดไม่ใหญ่มากก็จะถูกยัดลงไปในถุงพลาสติกทั้งหมดอีกสถานที่หนึ่งที่เราหลายคนคงนึกถึงได้สำหรับการใช้พลาสติกที่เยอะและหลายครั้งต่อวัน เฉพาะอย่างยิ่งร้านสะดวกซื้อ ประโยคเด็ดอย่าง “ขอถุงพลาสติกหน่อยครับ” เกิดการห่อสองชั้น ห่อทั้งของร้อน ของเย็น หรือแม้ว่าบางทีผู้บริโภคอาจจะไม่ได้กล่าว แต่พนักงานก็ต้องถามเพื่อลูกค้าด้วย ถึงแม้ปัจจุบันจะรณรงค์เลิกใช้ถุงพลาสติกอย่างหนักหน่วง หันมาใช้ถุงผ้าที่สามารถใช้ซ้ำได้แล้ว ก็ยังเกิดปัญหาการขอถุงพลาสติกเพื่อใช้ครั้งเดียวทิ้งยังมีอยู่ให้เห็นอยู่ถึงแม้จะลดลงไปเยอะเป็นเวลาเกือบ 70 ปีแล้วที่มนุษย์เราหันมาใช้ถุงพลาสติก จนขยะพลาสติกล้นโลกเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย เพราะมันไม่สามารถถูกกำจัดให้หมดไปได้ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะถูกเผาทิ้งแต่ส่วนมากก็ยังคงอยู่ตามกองขยะ อีกหลายส่วนได้ถูกเข้าไปเกี่ยวพัน กับห่วงโซ่อาหารของเหล่าสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ต่างก็ได้รับผลกระทบจากพลาสติก ตั้งแต่ป่วยไปจนถึงขั้นเสียชีวิต ตามที่เราได้เคยเห็นผ่านตามามากว่าหลังจากตรวจสอบสาเหตุการป่วยหรือการตายแล้ว ก็พบว่ามาจากการกินพลาสติกเข้าไป…การใช้พลาสติกลดลงเยอะ อย่างบ้านเราก็จะเห็นร้านสะดวกและปัจจุบันถ้าถามถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ก็เป็นเรื่องดีที่อัตราการรีไซเคิลปัจจุบันเพิ่มขึ้น การรณรงค์เรื่องลดการใช้พลาสติกเกิดขึ้นทั่วโลก เกิดความร่วมมือกันของหลายองค์กรณ์เพื่อที่จะช่วยเหลือในสิ่งที่พอจะช่วยได้ ร้านสะดวกซื้อมีการใช้พลาสติกอย่างประจำก็มีส่วนร่วมด้วยเช่นเดียวกันและในบทความนี้ Future Trends จะขอยกโครงการที่น่าสนใจ กับโครงการ ‘ปลูกป่า ปลูกอนาคต’ ของร้านสะดวกซื้อเจ้าที่คุ้นเคยในบ้านเราอย่าง ‘7-11’ ร้านสะดวกซื้อที่คนส่วนมากเข้าไปใช้สอยแล้วก็จะกลับออกมาพร้อมถุงพลาสติก และถึงแม้ว่าเซเว่นจะมีโครงการเลิกใช้ถุงพลาสติกใส่ของแล้ว แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองได้ทั้งหมด ก็ยังมีคน ‘ขอ’ และยอม ‘ซื้อ’ ถุงพลาสติกอยู่เลย
แค่ไม่รับ = ได้ปลูกต้นไม้งั้นหรือ?
โครงการปลูกป่าปลูกอนาคตของเซเว่นนั้นคือ การที่คุณไม่รับพลาสติกกลับบ้านหลังจากใช้สอยที่เซเว่นแล้ว คุณก็จะเป็นส่วนร่วมช่วยปลูกต้นไม้ให้กับโลกใบนี้ แค่ไม่รับในที่นี้หมายถึงเพียงคุณไม่รับ หลอด ช้อน ซ้อม เมื่ออาหารหรือเครื่องดื่ม ไม่รับถุงทนทาน เมื่อสินค้าครบจำนวนที่กำหนดหรือ ถุงอาหารอุ่นร้อน แช่เย็น แช่แข็ง เครื่องดื่มชงสด คุณก็ได้รับ ‘หยดน้ำ’ ที่เปรียบเสมือนแต้มสะสมหยดน้ำที่เปรียบเหมือนแต้มนั้นทางผู้บริโภคเพียงแค่ ปฏิเสธไม่รับพลาสติกที่หน้าร้านคุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งใรการร่วมกิจกรรมโดยอัตโนมัติ หรือสำหรับลูกค้า All Member สามารถรับหยดน้ำและนำมาปลูกต้นไม้ใน 7APP สำหรับผู้ที่เป็ร All Member จะได้ 3 แต้มต่อครั้งและ 1 แต้มสำหรับผู้ที่ซื้อหน้าร้านปกติ เพียงแค่น้ำ 100 หยดคุณก็จะมีส่วนช่วยในการนำต้นไม้ 1 ต้นจริงๆไปปลูกแล้ว ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.- 31 ธ.ค. 66 โดยหลังจากจบโครงการบริษัท ซี พี ออลล์ จะนำยอดต้นไม้สะสมได้รับจากโครงการ 7Go green ลดพลาสติก เพื่อชีวิตและธรรมชาติ ไปปลูกจริงภายใต้โครงการปลูกป่า ปลูกอนาคตบางคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็อาจจะตะหงิดใจว่า ตั้ง 100 หยดเลยหรอว่าจะได้ปลูกต้นไม้ 1 ต้น ตรงนี้ผมคิดว่ามันน่าสนใจมาก หากผู้บริโภคมองให้เป็นเรื่องที่มันปกติในชีวิตประจำวันเท่านั้นคุณจะสามารถช่วยโลกได้อย่างง่ายๆ และได้ประโยชน์ที่ตามมาภายหลังอีกด้วยคุณจะทั้งสามารถลดพลาสติกในชีวิตประจำวัน ลดการใช้ถุงพลาสติกให้ร้านสะดวกซื้อ และในขณะที่คุณซื้อของอย่างเป็นปกตินั้นคุณก็จะมีคนช่วยลำเลียง ต้นไม้ของคุณไปปลูกให้ด้วย โดยยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล หรือ ESG ซึ่งในมิติของด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย 7 Go Green เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ให้ได้ทั้งสิ้น 1 ล้านต้น ภายในปี 2568 ในตอนนี้ขอบเขตพื้นที่การปลูกป่าจะมี 1. ป่าล้อมวัด เพื่อสร้างความสงบร่มรื่นภายในบริเวณพื้นที่วัด 2. ปลูกป่าล้านต้น กทม. เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนเมือง 3. ไผ่พอเพียงสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างระบบนิเวศ เสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้โรงเรียนต่างๆในโครงการ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นอาจจะไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง และผลของการร่วมมือช่วยกันนั้นไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ในเวลาอันสั้น แต่หากเพียงแค่เราทุกคนช่วยกัน..ร่วมมือกัน เริ่มจากสิ่งง่ายๆใกล้ๆตัว เช่น การร่วมกันปลูกต้นไม้ เพียงแค่คนละ 1 ต้น ไม่นานต้นไม้ก็จะรวมกันเป็นต้นไม้หลายต้น…ต้นไม้หลายๆต้นรวมกันกลายเป็นป่า…ป่าไม้นั้นเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของคนทั้งโลก เซเว่น อีเลฟเว่น ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โลกนี้มีต้นไม้มากขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศของเราและโลกของเรา”
โครงการ ปลูกป่าปลูกอนาคต เป็นเพียงหนึ่งในโครงการใหญ่ที่ดำเนินการภายใต้กรอบ ESG Business อย่าง 7 Go Green ที่จะประกอบไปด้วยและยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
1. GREEN Store คือ 7-Eleven เป็นต้นแบบของร้านค้าประหยัดพลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมที่ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
2. GREEN Packaging เลือกใช้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการกับบรรจุภัณฑ์โดยใช้แนวคิด 3R (Reduce – Reuse – Recycle) ที่ลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
3. GREEN Living เมื่อการดำเนินชีวิตของผู้คนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงรณรงค์ให้ลดใช้ถุงพลาสติกปรับพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านโครงการ “คิดถุ๊ง คิดถุง” และ โครงการลดวันถุง…คุณทำได้ ที่ลูกค้าปฏิเสธถุงพลาสติกที่ร้าน 7-Eleven จะแปรเปลี่ยนเป็นเงิน 20 สตางค์ ร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้เป็นเงินกว่า 211 ล้าน และมอบไปกว่า 150 รพ.แล้วในปัจจุบัน
4. GREEN Logistic เรื่องของการขนส่งนั้น 7-Eleven ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยมีการจัดการพลังงานด้านการขนส่งเป็นหลัก อย่างการใช้รถขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อลดมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการขนส่งให้น้อยที่สุด
เขียนโดย สิรภัทร จิตต์ชื่น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=738644464963354&set=a.630751835752618
Leave a Reply