
หลายคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ยิ่งกดดันยิ่งทำงานได้ดี’ กันมาบ้าง ขณะฟังคงยิ่งรู้สึก ‘กดดัน’ มากขึ้นกว่าเดิมด้วยแน่ ถ้าลองคิดดูแล้ว เราเชื่อว่าความกดดันจะทำให้เราทำงานได้ดีจริงเหรอ? บางกรณี ความกดดันทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นจริง แต่ในบางกรณี ความกดดันอาจทำให้เราผิดพลาดได้เช่นกัน อย่างในเกมกีฬา หลายครั้งความกดดันกลับส่งผลเสียต่อตัวนักกีฬา ทำให้สมาธิหลุดเพราะมัวแต่กังวล จนทำให้พ่ายแพ้ในที่สุดการศึกษาจากมหาวิทยาลัย City ในลอนดอนยังเผยว่า จากการพิจารณาอาชีพของพนักงานมากกว่า 50,000 คน ในอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่า ความพยายามหรือการเอาจริงเอาจังในการทำงานแบบเต็มร้อย ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่ออาชีพหรือรายได้มากขนาดนั้น บางครั้งกลับทําให้คุณภาพของงานลดลง เพราะนําไปสู่ความเหนื่อยหน่ายมากกว่าความสําเร็จ แต่การจํากัดระยะเวลาและการเอาจริงเอาจังนั้น จะช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
กฎ 85%
แนวคิดว่าด้วยการปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลาย แทนที่จะเอาจริงเอาจังอย่างสูงสุดไม่ได้ต้องดิ้นรนและทํางานเกินขีดจํากัดความสามารถของตนเองแนวทางนี้ ทําให้เรามีที่ว่างให้คิด ปรับตัว ประเมินประสิทธิภาพ ประเมินการตอบสนอง และโต้ตอบกับผู้คนรอบตัว ซึ่งที่ว่างเหล่านี้ มักเชื่อมโยงกับความสําเร็จหมายความว่า ประสิทธิภาพของเราจะดีขึ้นแม้ว่าเราจะ ทํางานที่ 85% เท่านั้น
[ การใช้กฎ 85% ]
ท่องไว้ว่า ให้เราเน้นการทำงานอย่างชาญฉลาด มากกว่าการทำงานให้หนักขึ้น โดยปรับความพยายามและความกดดันของตัวเองให้อยู่ในระดับที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป
1. ประเมินความจำเป็นในการเอาจริงเอาจัง
ก่อนเข้าสู่สถานการณ์ใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การนำเสนอ หรือการทำงานให้ประเมินดูว่าจริงๆ แล้วเราต้องใช้ความพยายามและความกดดันมากขนาดไหนเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ โดยระดับความพยายามที่เหมาะสมอาจจะไม่ได้สูงสุดดังนั้นเราจึงควรปรับความพยายามของเราให้ตรงกับแต่ละสถานการณ์ เช่น ความพยายาม 70% ก็เพียงพอสำหรับการนำเสนอแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องพยายามแบบ 100%
2. ขับไล่ความกดดัน
เพื่อลดแรงกดดันที่มากเกินไป ให้ลองทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเคลื่อนไหวหรือการออกกำลังกายก่อนที่จะทำงาน สิ่งนี้สามารถช่วยลดความเอาจริงเอาจังและแรงกดดันที่ไม่จำเป็นออกไปได้หากการออกกำลังกายไม่ใช่ทางเลือกก็ให้ลองฝึกหายใจเข้าลึกๆ โดยวางมือไว้เหนือหัวใจและหายใจลึกๆ 2-3 ครั้งเพื่อสงบสติอารมณ์แทน
3. เติมพลังงานเข้าไป
.
แทนที่จะรอการหยุดพักเป็นเวลานาน ผู้ที่มีประสิทธิภาพดีจะหยุดพักโดยมีสมาธิบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน รุ่นหนึ่งที่แนะนำคือ “รุ่น 555” ซึ่งคุณทำงาน 55 นาที แล้วพัก 5 นาทีโดยไม่มีประสิทธิผล การพักเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ เช่น จิบกาแฟ ฟังเพลง หรือนั่งสมาธิ ช่วยรักษาพลังงานและมีสมาธิตลอดทั้งวัน
4. ประเมินและปรับเทียบใหม่
เมื่อผ่านเหตุการณ์สำคัญหรือช่วงเวลาสำคัญแต่ละครั้ง ให้เราใช้เวลาในการไตร่ตรองประมาณ 60 วินาที เพื่อถามตัวเองว่าตัวของเราได้นำการเอาจริงเอาจังมาใช้ในช่วงเวลานั้นมากแค่ไหนและเหมาะสมหรือไม่ถ้าไม่ ก็ ให้ปรับเทียบการเอาจริงเอาจังของใหม่ในช่วงเวลาถัดไป การไตร่ตรองและการปรับเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยให้เราประหยัดพลังงานและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกฎ 85% เป็นเหมือนการทดลองให้กับเราในทุกๆ วัน เป็นแบบฝึกหัดประเมินความจำเป็นที่เราจะต้องกดดันตัวเอง หรือเอาจริงเอาจังเท่าไหร่จึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งในแต่ละสถาณการณ์ก็ใช้แรงกดดันและการเอาจริงเอาจังที่แตกต่างกันไป ดังนั้นอย่าลืมตามหา 85% ในแบบของตัวเองให้เจอล่ะ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเคร่งเครียดกับการทำงานมากเกินไป แถมยังได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพเหมือนเดิมนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=721721263322341&set=a.630751835752618
Leave a Reply