ไม่ใช่แค่ซึมเศร้า!เจาะลึก 7 สัญญาณเตือนโรคยอดฮิตที่คนทำงานในไทยเผชิญอยู่โดยไม่รู้ตัว

เมื่อพูดถึงสุขภาพจิตคนส่วนใหญ่มักนึกถึงโรคซึมเศร้าเป็นอันดับแรกแต่ในความเป็นจริงแล้วคนวัยทำงานในประเทศไทยกำลังเผชิญกับอีกหนึ่งปัญหาที่ใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานไม่แพ้กันนั่นคือกลุ่มภาวะหมดไฟและอาการเครียดสะสม (Adjustment Disorder & Burnout) ซึ่งมักแสดงออกผ่านอาการทางกายและพฤติกรรมที่หลายคนอาจมองข้ามวันนี้เราจะมาเจาะลึก 7 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะสุขภาพจิตที่ต้องการการดูแลด่วน

  • อาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้มีอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่หรืออาการปวดท้อง/กรดไหลย้อนที่ไม่ตอบสนองต่อยาที่เคยใช้
  • วงจรการนอนที่ผิดปกตินอนไม่หลับ หลับไม่สนิทหรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้งจนส่งผลให้ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่นและอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง (Cognitive Decline) รู้สึกสมองตื้อคิดงานไม่ออก ความจำระยะสั้นแย่ลง และไม่สามารถโฟกัสกับงานตรงหน้าได้นานเท่าที่เคย
  • อารมณ์แปรปรวนแบบฉับพลันหงุดหงิดง่ายผิดปกติ ใจร้อนอดทนต่อคำวิจารณ์ไม่ได้ หรือมีความรู้สึก “ดิ่ง” วูบวาบในช่วงวันทำงาน
  • ภาวะแยกตัวจากสังคม (Social Withdrawal) เริ่มไม่อยากคุยกับเพื่อนร่วมงานไม่อยากออกไปรับประทานอาหารเที่ยงกับใครและอยากเก็บตัวอยู่เงียบๆมากขึ้น
  • ขาดความกระตือรือร้น (Lack of Motivation) รู้สึกว่างานที่เคยทำสนุกกลับกลายเป็นภาระที่น่าเบื่อหน่ายสูญเสียความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
  • พฤติกรรมหนีปัญหา (Avoidance) มีการใช้โซเชียลมีเดียแอลกอฮอล์หรือการช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อกลบเกลื่อนความเครียดและหลีกหนีจากความจริง

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณพบว่าตนเองมีอาการเหล่านี้เกินกว่า 2 สัปดาห์และเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่าเพิ่งมองข้ามว่าแค่พักก็หายเพราะสุขภาพจิตเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

  1. ประเมินระดับความเครียดลองทำแบบประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตนเองจากกรมสุขภาพจิตเพื่อดูว่าคะแนนอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังหรือไม่
  2. กำหนด “เวลาพัก” อย่างจริงจังการหยุดพักไม่ได้หมายถึงการลาออกแต่คือการจัดตารางเวลาให้ตัวเองได้ “ถอดปลั๊ก” จากงานอย่างสิ้นเชิงในช่วงวันหยุด
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นการดูแลตนเองในระดับมืออาชีพที่ช่วยให้คุณกลับมาจัดการชีวิตได้เร็วขึ้น
  4. ปรับสภาพแวดล้อมลองพูดคุยกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานเพื่อปรับ Workload หรือหาจุดสมดุลใหม่หากสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ตึงเครียดจนเกินไป

การตระหนักรู้และยอมรับว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะเหล่านี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษาสุขภาพกายที่แข็งแรงเริ่มจากใจที่มั่นคงครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นหากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการรุนแรงหรือมีความคิดที่ทำร้ายตัวเอง โปรดติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *