
เมื่อพูดถึงกลูตาไธโอนหลายคนมักนึกถึงเรื่องผิวขาวกระจ่างใสเป็นอันดับแรกแต่ในความเป็นจริงแล้วกลูตาไธโอนถือเป็น “ราชาแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ” ของร่างกายทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการดีท็อกซ์สารพิษโดยเฉพาะที่ตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการกำจัดของเสียและสารเคมีที่ตกค้างจากอาหารยาหรือมลภาวะต่างๆ
คุณสมบัติเด่นเพื่อผิวสวยสุขภาพดี
- ยับยั้งเม็ดสีหมองคล้ำกลูตาไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ทำให้การสร้างเม็ดสีเมลานินเข้ม (Eumelanin) เปลี่ยนเป็นสีชมพูขาว (Pheomelanin) ส่งผลให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ต้านความเสื่อมของผิว (Anti-Aging) ทำหน้าที่เป็นโล่ปกป้องเซลล์ผิวจากแสงแดดและมลภาวะลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยฟื้นฟูผิวอ่อนล้าและช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวทำให้ผิวสดใสแม้พักผ่อนน้อย
บทบาทสำคัญต่อการดีท็อกซ์และตับ
- ตับทำงานสะอาดตับเป็นอวัยวะที่มีกลูตาไธโอนหนาแน่นที่สุดเพราะต้องใช้ในกระบวนการขจัดสารพิษกลูตาไธโอนช่วยเปลี่ยนสารพิษที่ละลายในไขมันให้ละลายน้ำ ทำให้ร่างกายสามารถขับออกทางปัสสาวะหรืออุจจาระได้ง่ายขึ้น
- ปกป้องเซลล์ตับช่วยลดการอักเสบป้องกันเซลล์ตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือไขมันพอกตับ ทำให้ตับทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ฟื้นฟูพลังงานร่างกายเมื่อการดีท็อกซ์ตับมีประสิทธิภาพร่างกายจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ลดความเหนื่อยล้าและฟื้นฟูความสดชื่น
ทำไมถึงควรเติมกลูตาไธโอน
ในยุคปัจจุบันที่มลภาวะอย่าง PM 2.5 และความเครียดสูงร่างกายมักดึงกลูตาไธโอนไปใช้จนหมดเร็วการเสริมกลูตาไธโอนจึงไม่ใช่แค่เรื่องความงามแต่เป็นการรีบูตระบบป้องกันของร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
เคล็ดลับเพิ่มกลูตาไธโอนจากธรรมชาติ
- ผักตระกูลกะหล่ำ & กระเทียม ส่งเสริมกระบวนการสร้างกลูตาไธโอนในเซลล์
- ผลไม้รสเปรี้ยว (Vitamin C) ช่วยรีไซเคิลกลูตาไธโอนที่ใช้ไปแล้วให้กลับมาทำงานใหม่
- อะโวคาโด & หน่อไม้ฝรั่งแหล่งสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปผลิตกลูตาไธโอนได้ทันที
การดูแลตัวเองด้วยกลูตาไธโอนจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพดีที่เห็นผลได้ทั้งภายนอกและภายในทั้งผิวที่เปล่งปลั่งและตับที่แข็งแรง
Leave a Reply