
ในยุคที่ทุกคนสามารถค้นหาข้อมูลอาการทางสุขภาพได้เพียงปลายนิ้วหลายคนมักเผลอ วินิจฉัยตัวเองและซื้อยามากินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ กรณีล่าสุดที่เพจ Eva – อิศวาพร เผยแพร่ เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการวินิจฉัยผิดอาจอันตรายกว่าที่คิด ผู้ป่วยหญิงวัยไม่ถึง 30 ปี มีอาการใจสั่นและกระวนกระวายเป็นพักๆ เมื่อค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เธอจึงคิดว่าเป็น โรคแพนิกเริ่มดูแลตัวเองด้วยการลดกาแฟและนั่งสมาธิอาการดีขึ้นชั่วคราวแต่ไม่นานก็กลับมาอีกครั้งวันหนึ่งหลังดื่มกาแฟและทำงานดึกหัวใจเต้นแรงและเร็วผิดปกติจนรู้สึกรัวขึ้นทันทีเพื่อนที่เป็นโรคแพนิกแนะนำให้ซื้อยามากินเองแต่สุดท้ายอาการไม่ดีขึ้นเธอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อขอยาแก้แพนิก
จุดหักมุมในห้องฉุกเฉิน
เมื่อแพทย์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) พบว่าชีพจรของผู้ป่วยสูงถึง 180 ครั้งต่อนาทีซึ่งมากเกินไปสำหรับภาวะแพนิกทั่วไปบางช่วงคลื่นไฟฟ้าหัวใจกลับหัวแสดงถึงความผิดปกติของทางเดินไฟฟ้าภายในหัวใจแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) ไม่ใช่แพนิกหลังได้รับยา Adenosine เพื่อหยุดภาวะหัวใจเต้นเร็วอาการใจสั่นหายไปทันทีการสอบถามประวัติเพิ่มเติมพบว่าอาการเกิดขึ้นทันทีทันใดแตกต่างจากผู้ป่วยแพนิกทั่วไปที่มักมีอาการค่อยๆ ไต่ระดับ
หัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายแค่ไหน?
หัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากการส่งสัญญาณไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติบางครั้งเกิดขึ้นเฉียบพลันจากสิ่งกระตุ้น เช่น คาเฟอีน ความเครียดหรือยาบางชนิด
หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องอาจเสี่ยงถึงภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหยุดเต้นได้
บทเรียนสำคัญ
- อาการใจสั่น ไม่ได้หมายความว่าเป็นแพนิกเสมอไป
- อย่าใช้ยาโดยไม่ผ่านการตรวจแพทย์ เพราะอาจปิดบังโรคที่แท้จริง
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เวียนหัว เหงื่อออก แน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที
- การวินิจฉัยและตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์เป็นวิธีเดียวที่จะให้การรักษาที่ถูกต้อง
สรุปแล้วเคสนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าอาการคล้ายกันไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเดียวกันอย่าเสี่ยงกับการซื้อยากินเองเพราะสิ่งที่คิดว่า “เล็กน้อย” อาจเป็นสัญญาณของโรคใหญ่ที่ซ่อนอยู่
Leave a Reply