
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจและผู้ป่วยวิกฤตได้เผยแพร่กรณีศึกษาผู้ป่วยหญิงอายุ 75 ปี ซึ่งติดเชื้อโบคาไวรัส (Bocavirus) จนเกิดภาวะปอดอักเสบ และหัวใจห้องบนเต้นระรัว Atrial Fibrillation สะท้อนให้เห็นว่าเชื้อไวรัสที่มักพบในเด็กอาจก่ออาการรุนแรงในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวได้สรุปเคสผู้ป่วยผู้ป่วยมีอาการไอเสมหะข้นสีน้ำตาลไอมากช่วงกลางคืนจนเสียงแหบมีน้ำมูกเล็กน้อยรู้สึกหนาว 3 วันโดยไม่มีไข้ก่อนมารพ. 1 วันเริ่มมีอาการใจสั่นหัวใจเต้นเร็วมีโรคประจำตัวคือเบาหวานและไขมันในเลือดสูงไม่สูบบุหรี่ผลตรวจพบว่า
- ไม่มีไข้
- ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว 96%
- หัวใจเต้นเร็ว 130 ครั้ง/นาที และเต้นผิดจังหวะ
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบภาวะหัวใจห้องบนเต้นระรัว
- เอกซเรย์ปอดพบฝ้าขาวบริเวณปอดขวากลีบบน
- ตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี RT-PCR จากโพรงจมูกพบเชื้อโบคาไวรัส
- ไม่พบเชื้อแบคทีเรียจากการเพาะเชื้อ
แพทย์วินิจฉัยว่าโบคาไวรัสเป็นสาเหตุของปอดอักเสบและกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนเต้นระรัวในผู้ป่วยรายนี้หลังให้ยาควบคุมจังหวะหัวใจ Cordarone อัตราการเต้นหัวใจกลับสู่ปกติและอาการทางระบบหายใจดีขึ้นเอกซเรย์ปอดกลับมาปกติภายใน 6 วัน รู้จักโบคาไวรัสให้มากขึ้น โบคาไวรัสอยู่ในกลุ่มพาร์โวไวรัสค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 มักระบาดช่วงปลายฝนต้นหนาวถึงต้นปี (ประมาณพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และพบน้อยในผู้ใหญ่เชื้อชนิดนี้ก่อโรคได้ทั้งทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างอาจทำให้ปอดอักเสบและในบางรายอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแม้จะพบไม่บ่อยก็ตามจุดสำคัญคือโบคาไวรัสเป็นไวรัสที่ไม่มีเยื่อหุ้มไขมัน non-enveloped virus ทำให้ทนทานต่อแอลกอฮอล์เจลการล้างมือด้วยสบู่และน้ำจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าในการกำจัดเชื้อปัจจุบัน
- ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
- ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ
- การรักษาเน้นประคับประคองตามอาการ
ทำไมผู้สูงอายุจึงต้องระวังเป็นพิเศษแม้โบคาไวรัสมักพบในเด็กแต่ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูงมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าเพราะภูมิคุ้มกันลดลงและหัวใจอาจไวต่อการอักเสบภาวะหัวใจห้องบนเต้นระรัวหากควบคุมไม่ได้อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองดังนั้นอาการใจสั่นหัวใจเต้นเร็วผิดปกติในช่วงมีการติดเชื้อไม่ควรมองข้าม
คำแนะนำในการป้องกัน
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังสัมผัสสารคัดหลั่ง
- หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้มีอาการไอหรือหวัด
- ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ควรควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันให้ดี
- หากมีอาการไอเรื้อรัง เสมหะเปลี่ยนสี ใจสั่นหรือเหนื่อยผิดปกติควรพบแพทย์ทันที
- ช่วงฤดูกาลระบาด ควรสวมหน้ากากในพื้นที่แออัด
กรณีศึกษานี้ตอกย้ำว่าไวรัสทางเดินหายใจไม่ได้กระทบแค่ปอดเท่านั้นแต่สามารถส่งผลต่อหัวใจได้โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางการสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมคือกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค
Leave a Reply