
แน่นอนว่าใครๆก็ไม่อยากเสียใบหน้าที่คงความอ่อนเยาว์กันไว้ทั้งนั้น จึงสรรหาสารพัดวิธีทำให้หน้าเด็กมาใช้ ตามหาสารพัดผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวมาประโคมผิวหน้ากันมากมายไปหมดแต่เรื่องความอ่อนเยาว์นั้นไม่ได้ต้องดูแลเพียงแค่สุขภาพผิวพรรณภายนอกเท่านั้นแต่การใส่ใจสุขภาพภายในก็เป็นหัวใจสำคัญเช่นกันวันนี้ จึงรวบรวม 10 วิธีดูแลให้หน้าเด็กมาแชร์ให้ผู้อ่านกันถ้าพร้อมแล้วก็หยิบกระดาษขึ้นมาจดกันเลย! ลักษณะของหน้าเด็กก่อนที่จะไปดูถึงวิธีทำให้หน้าอ่อนเยาว์เรามาดูกันก่อนดีกว่าแล้วผิวพรรณแบบไหนกันนะที่เรียกกันว่า “ผิวพรรณแบบหน้าเด็ก” ผิวหน้าเรียบเนียนผิวที่ไร้ความขรุขระจาก รูขุมขนกว้าง สิวต่างๆ และหลุมสิว รอยแผลสิวทำให้ผิวหน้าดูสะอาดบริสุทธิ์เหมือนกับผิวหน้าของเด็กผิวหน้าไม่มีริ้วรอย สัญญาณเตือนของวัยที่ร่วงโรยเพราะริ้วรอยยิ่งมีมากกว่ายิ่งทำให้หน้าดูไม่เรียบเนียนดูหย่อนคล้อยไม่เต่งตึงผิวหน้าไม่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวที่เนียนใสไม่มีจุดด่างดำต่างๆจะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างใส มีออร่าเหมือนหน้าเด็กนั่นเองผิวหน้าไม่โทรมดูสดใสไม่หมอง คล้ำ แน่นอนว่าใบหน้าที่ดูโทรมหมองคล้ำ หรือใต้ตาดำอยู่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าดูมีอายุได้ ผิวหน้าอิ่มน้ำชุ่มชื้นเพราะผิวแห้งเป็นสัญญาณของร่องรอยความสูงวัยที่ใบหน้าผลิตน้ำมันน้อยลงสูญเสียน้ำในผิวไปมากและยังสามารถเกิดริ้วรอย และหน้าลอกเป็นขุยได้ง่ายผิวบริเวณหน้าแก้มมีสีแดงระเรื่อแก้มสีแดงระเรื่อราวกับลูกมะเขือเทศแสดงให้เห็นถึงผิวพรรณที่สุขภาพดีระบบไหลเวียนเลือดดี และระบบขับถ่ายเหงื่อก็ดีด้วยหากใครมีลักษณะผิวพรรณแบบนี้ คุณโชคดีมากเลยแต่ถ้าใครไม่มีตามนี้ก็อย่าเพิ่งกังวลใจไปเพียงแค่คุณทำตามเทคนิควิธีทำให้หน้าเด็กลง 10 วิธีนี้ เราเชื่อว่าผิวคุณจะกลับมาแลดูสุขภาพดีดูอ่อนวัยลงอีกครั้งหนึ่ง 10 วิธีทำให้หน้าเด็กแบบธรรมชาติ ปัจจุบันทั้งมลภาวะฝุ่นควันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไหนจะพฤติกรรมในยุคปัจจุบันที่ส่งผลให้สุขภาพของคนเราแย่ลงทั้งสุขภาพกาย และสุขภายใจ ทำให้ระบบต่างๆ และการหลั่งฮอร์โมนภายในร่างกายแปรปรวนไป แน่นอนว่าด้วยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้สุขภาพผิวพรรณนั้นแย่ตามลงไปถึงแม้เราอาจจะไม่สามารถขจัดสาเหตุเหล่านี้ไปได้หมด แต่อย่างน้อยหากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปในทางที่ใส่ใจสุขภาพตาม 10 ทริควิธีทำให้หน้าเด็กลงนี้ได้ อาจจะทำให้สุขภาพผิวของเรากลับมาดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย
1. ดื่มน้ำเยอะๆ วิธีทำให้หน้าอ่อนกว่าวัยง่าย ๆ วิธีแรกก็คือ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเพื่อทำให้ผิวได้รับความชุ่มชื้น ระบบไหลเวียนเลือดไหลเวียนดี และระบบขับถ่ายของเสียของร่างกายออกได้อย่างดี ช่วยให้ผิวหน้าเด็กสุขภาพดีมีเลือดฝาด โดยการดื่มน้ำที่ดีควรดื่มตามน้ำหนักตัวของตัวเองตามสูตร น้ำหนัก x 2.2 x 30/2 = ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน (มิลลิลิตร) เช่น น้ำหนักตัว 55 x 2.2 x 30/2 = 1,815 มิลลิลิตร
2. ทำความสะอาดหน้าให้สะอาดหมดจดอีกหนึ่งเคล็ดลับหน้าเด็กก็คือการรักษาความสะอาดของใบหน้าอยู่เสมอ เพราะการที่ไม่มีคราบน้ำมันเยิ้มบนใบหน้าทำให้หน้าไม่ดูโทรมดูหมองคล้ำ อีกทั้งลดความเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตันเป็นสิวบนใบหน้าได้ด้วยเพียงแค่เลือกผลิตภัณฑ์เจลล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวและทำความสะอาดให้หมดจดตามแนวรูขุมขนประมาณ 15 – 20 วินาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3. ใช้ครีมกันแดด ป้องกันมลภาวะต่างๆ เพื่อไม่ให้ใบหน้าต้องเผชิญมลภาวะ สัมผัสกับฝุ่นควัน และแสงแดดโดยตรง การทาครีมกันแดดจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันให้กับผิว เพราะส่วนผสมในครีมกันแดดจะช่วยป้องกันผิวไม่ให้ต้องโดนกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ที่จะทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอยที่เป็นหนึ่งในร่องรอยที่ชี้ให้เห็นถึงช่วงวัยที่โรยรา
4. เคล็ดลับหน้าเด็กดารา ทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เพื่อลดการรับประทานอาหารที่สร้างสารอนุมูลอิสระ (Oxident) ที่ทำให้เซลล์ผิวหน้าให้เสื่อมลง เช่น เนื้อสัตว์ใหญ่ อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง เป็นต้น จึงแนะนำให้หันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxident) ที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น อะโวคาโด ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า ปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่
5. ควบคุมระดับความเครียดเนื่องจากความเครียดคือศัตรูตัวร้ายที่จะมาทำร้ายผิวให้แก่ลง ความเครียดจะทำร่างกายถูกกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายแปรปรวน และทำให้ใบหน้าผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากตามมาด้วยปัญหาสิวและรอยสิวต่างๆตามมาดังนั้นการหากิจกรรมยามว่างทำเพื่อผ่อนคลายก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีทางออกทำให้หน้าดูเด็กลง
6. ผลัดเซลล์ผิวบ้าง ช่วยให้หน้าดูอ่อนกว่าวัยได้ การผลัดเซลล์ผิวบ้างด้วยการสครับผิวหน้า ด้วยเม็ดสครับที่ละเอียดไม่บาดผิว หรือด้วยกรดธรรมชาติอย่าง AHA หรือ BHA อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง จะทำให้เซลล์ผิวเก่าสามารถหลุดลอกออกไปได้และกระตุ้นให้เกิดวัฏจักรการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้นกว่าปกติที่ผิวหน้าจะผลัดเซลล์ผิวในทุกๆ 28 วันนั้นเอง
7. มาส์กหน้า มาส์กใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้น การมาส์กหน้านั้นมีหลากหลายเนื้อสัมผัสให้เลือกใช้ ทั้งแผ่นมาส์ก ทั้งแบบครีม หรือแบบโคลน นอกจากนี้ยังมีหลากหลายสูตร หลากหลายส่วนผสมที่มาตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว แต่หนึ่งในคุณสมบัติของมาส์กหน้านั้นคือสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ยากต่อการเกิดริ้วรอยร่องตื้นต่าง ๆ บนใบหน้าได้
8. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอการนอนหลับให้สนิทตั้งแต่หัวค่ำก่อน 4 ทุ่ม ให้ได้ครบอย่างน้อย 8 ชั่วโมง จะช่วยให้สุขภาพและระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้เพราะโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) มักจะผลิตในช่วง 4 ทุ่มถึงตี 2 ขณะที่เรานอนหลับ เจ้าฮอร์โมนเจริญเติบโตนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้น
9. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ สัปดาห์ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง อย่างต่ำครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญไขมัน และขับเหงื่อสิ่งสกปรกออกมา พร้อมทั้งกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือด ระบบหายใจ รวมถึงระบบอื่นๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากได้สุขภาพที่แข็งแรงแล้วยังช่วยให้ผิวหน้ามีสีแดงระเรื่อดูสุขภาพผิวดีเหมือนเด็กอีกด้วย
10. ใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางอย่างเบามือ หากในวันสบายๆถ้าไม่จำเป็นควรเลี่ยงการแต่งหน้าเพราะสารเคมีในเครื่องสำอางต่างๆจะมีส่วนทำร้ายผิวทำให้ผิวหน้าแก่ขึ้นได้ หากใครหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าไม่ได้ก็จำเป็นต้องล้างหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะในบริเวณที่แต่งหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะจุดอย่างคลีนซิ่งและในบริเวณที่ลบคราบเครื่องสำอางออกยากอย่างบริเวณดวงตา แนะนำให้ใช้ อายรีมูฟเวอร์ (Eye remover) ช่วยเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตาออกไปได้อย่างอ่อนโยน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.bioderma.co.th/
Leave a Reply