
หลายคนอาจชะล่าใจเมื่อเห็นผลตรวจน้ำตาลในเลือด (FPG) อยู่ที่ระดับร้อยนิดๆแต่ในทางการแพทย์ตัวเลข 100–125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรคือสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองที่เรียกว่า ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ซึ่งหมายความว่าร่างกายของคุณเริ่มดื้อต่ออินซูลินและหากไม่รีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคุณมีโอกาสสูงมากที่จะก้าวเข้าสู่โรคเบาหวานเต็มตัวในอนาคตอันใกล้
1. ทำไมตัวเลข 100-125 ถึงน่ากลัว?
โดยปกติค่าน้ำตาลหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงควรน้อยกว่า 100 mg/dL การที่ค่าน้ำตาลพุ่งขึ้นมาอยู่ในช่วงนี้แสดงว่า
- ตับอ่อนเริ่มทำงานหนักต้องผลิตอินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล
- ภาวะดื้ออินซูลินเซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลินอย่างที่ควรจะเป็นทำให้น้ำตาลค้างอยู่ในกระแสเลือดสูง
- ความเสี่ยงสะสมแม้จะยังไม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน (ซึ่งคือ 126 mg/dL ขึ้นไป) แต่ระดับน้ำตาลที่สูงเกินเกณฑ์นี้เริ่มส่งผลเสียต่อหลอดเลือดและหัวใจแล้ว
2. ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง?
นอกจากตัวเลขผลเลือดแล้วหากคุณมีปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ
- มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกินโดยเฉพาะการมีไขมันสะสมรอบเอว (อ้วนลงพุง)
- มีสมาชิกในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เป็นโรคเบาหวาน
- อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป (แต่ปัจจุบันพบในวัยรุ่นมากขึ้นจากการกิน)
- ขาดการออกกำลังกายหรือมีพฤติกรรมนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน
3 ขั้นตอนถอยหลังกลับจากขอบเหวเบาหวาน
ข่าวดีคือภาวะก่อนเบาหวานสามารถย้อนกลับมาเป็นปกติได้หากคุณเริ่มทำตั้งแต่วันนี้
- ปรับสัดส่วนอาหาร (2:1:1) เน้นผัก 2 ส่วน ข้าวแป้งไม่ขัดสี 1 ส่วน และโปรตีนคุณภาพดี 1 ส่วน หลีกเลี่ยงน้ำหวาน ขนมหวาน และอาหารแปรรูปอย่างเด็ดขาด
- ขยับร่างกายสม่ำเสมอตั้งเป้าออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน) ให้ได้รวมกันอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยให้เซลล์ดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น
- ตรวจสุขภาพซ้ำตามนัดหากพบว่าอยู่ในช่วง 100-125 ควรตรวจติดตามผลทุก 3-6 เดือน ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อดูแนวโน้มของร่างกาย
อย่ารอให้ค่าน้ำตาลแตะ 126 แล้วค่อยเริ่มดูแลตัวเองเพราะในวันที่เป็นเบาหวานแล้วคุณอาจต้องดูแลรักษาไปตลอดชีวิตการรู้ตัวที่ตัวเลข 100-125 คือโอกาสทองที่คุณจะรีเซ็ตสุขภาพใหม่ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งครับ
Leave a Reply