11 เคล็ดลับ + มรรค 8 เพื่อเส้นทางชีวิตที่เป็นปกติสุข

ชายคนหนึ่งพิการ มีแขนข้างเดียว เขายึดอาชีพเลี้ยงตัวด้วยการขอทานตามหมู่บ้าน จนวันหนึ่งเขาระเหเร่ร่อนมาถึงวัดแห่งหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าพระอาจารย์เจ้าอาวาสเป็นผู้เปี่ยมด้วยเมตตา จึงคิดว่าหากเข้าไปขอข้าวสักมื้อสองมื้อและขอพักแรม ท่านย่อมให้แน่ๆ เมื่อไปถึงชายคนนั้นได้กล่าวขอที่พักและอาหารกับพระอาจารย์เจ้าอาวาส ท่านตอบว่า “ได้สิแล้วโยมพอจะยกก้อนอิฐตรงนั้นได้หรือไม่ ตอนนี้วัดกำลังสร้างกุฏิใหม่อยู่ ถ้าโยมช่วยย้ายก้อนอิฐกองนั้นได้ โยมจะได้รับที่พักและอาหาร” วณิพกผู้นั้นได้ฟังก็โกรธที่เจ้าอาวาสให้ตนทำ เช่นนั้น และกล่าวว่า “ใครๆก็ว่าเจ้าอาวาสวันนี้มีเมตตาแต่กระผมว่าไม่จริงท่านเห็นอยู่ว่าข้ายากจนข้นแค้นแถมยังพิการแขนด้วนแล้วท่านยังมาใช้ข้ายกอิฐแลกกับที่กินอยู่อีกท่านจงใจกลั่นแกล้ง” ท่านเจ้าอาวาสได้ยินก็ไม่ว่ากระไร แต่ท่านได้เดินไปที่กองอิฐและยกอิฐด้วยมือข้างเดียว จากนั้นท่านก็พูดว่า “งานแบบนี้เจ้าทำด้วยแขนเพียงข้างเดียวไม่ใช่หรือ” วณิพกเห็นดังนั้น แม้จะโกรธอยู่แต่ก็ยังฝืนไปยกอิฐเพราะเห็นว่าหากไม่ทำคงได้อดข้าวจึง รีบย้ายอิฐจากที่เห็นกองใหญ่ๆไม่นานเขาก็ย้ายจนหมดและรู้สึกประหลาดใจที่แม้เขาจะเหน็ดเหนื่อย แต่ภายในเขากลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก และเหลือเชื่อว่าคนพิการอย่างเขาสามารถทำงานแบบคนปกติได้ จากนั้นขอทานหนุ่มก็กล่าวขอบคุณอาวาสยกใหญ่ เจ้าอาวาสตอบว่า “ไม่เห็นต้องขอบคุณอาตมาเลย โยมได้ทำงานแลกที่กินที่อยู่ สิ่งที่โยมได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของโยมเอง”
วณิพกได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวว่า “กระผมขอบพระคุณท่านเหลือเกิน กระผมจะจดจำคำสอน ของท่านไปชั่วชีวิต และกระผมรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่กระผมมีแขนขาครบถ้วน กระผมคือ คนปกติ” จากนั้นวณิพกผู้นั้นก็ได้ลากลับไป และไม่นานก็มีวณิพกหนุ่มคนใหม่มาขอข้าว ขอน้ำและขอพักอาศัยอีก ท่านเจ้าอาวาสก็บอกวณิพกหนุ่มคนใหม่เช่นเดิมว่าหากต้องการข้าวและที่พักอาศัยต้องแลกกับการทำงานยกอิฐ หากแต่ขอทานหนุ่มผู้นี้ไม่ยอมทำและยังด่าว่าเจ้าอาวาสว่าแล้งน้ำใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วขอทานผู้นี้มีมือเท้าครบ ต่อมาอีกหลายสิบปี มีชายคนหนึ่งแต่งกายภูมิฐาน ดูมั่งมี เข้ามาหาเจ้าอาวาส พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตา และแม้ว่าเขาจะไม่สามารถกราบได้เต็มที่เนื่องจากเขาเป็นชายที่มีแขนเพียงข้างเดียวแต่เขาก็รู้สึกว่าเขาคือคนที่สมบูรณ์มีแขนขาครบถ้วน ท่านเจ้าอาวาสจำชายหนุ่มคนนี้ได้ขณะที่ชายหนุ่มวณิพกวัยกลางคนมีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาขอข้าวขอน้ำและขอพักอาศัยกับท่านเจ้าอาวาส มาวันนี้เขายังคงป้วนเปี้ยนเร่ร่อนขอทานอยู่แถวนั้นเช่นเดิม
นิทานเรื่องนี้บอกได้อย่างดีว่าสิ่งใดที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จและสิ่งใดที่จะทำให้เราย้ำอยู่ที่เดิม เราเคาะมาได้ 11 เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ ดังนี้
1. รู้จักหน้าที่ มีวินัย
2. มีความรักในสิ่งที่ทำ
3. มั่นคงแน่วแน่ มีเป้าหมายชัดเจน
4. กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว
5. มองโลกในแง่ดี มีความคิดเชิงบวกเสมอ
6. ไม่ประมาท มีสติเสมอ มีความรอบคอบในกิจที่ทำ รู้จักใช้ปัญญาไตร่ตรอง
7. มีความอดทนอดกลั้น
8. ยอมรับว่าผิดได้ และพร้อมที่จะแก้ไขตนเอง
9. ทำสิ่งใดด้วยคุณธรรมประกอบเสมอ
10. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
11. เชื่อมั่นในตนเองว่ามีความสามารถ
แล้วก็มีหลักยึดในการดำเนินชีวิตที่ผู้อ่านสามารถยึดถือเป็นสำคัญในการใช้ชีวิต และการทำงาน ช่วยให้เราดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุขสงบ ทั้งเกื้อหนุนให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ประกอบด้วย
1. สัมมาทิฏฐิ คือ เห็นชอบ เห็นว่าอะไรถูก อะไรผิดโดยใช้ปัญญา
2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ ใช้ความคิดพิจารณาในทางอันเป็นกุศล
3. สัมมาวาจา คือ วาจาชอบ พูดจาสุภาพ สร้างสรรค์
4. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ
5. สัมมาอาชีวะ ทำมาหาเลี้ยงตนด้วยความสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
6. สัมมาวายามะ เพียรพยายามในทางที่เป็นกุศล
7. สัมมาสติ รู้ตัวอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดพลั้งเผลอ
8. สัมมาสมาธิ ฝึกจิตให้มีความตั้งมั่น สงบ ไม่อยู่ภายใต้กิเลส
“เผื่อแผ่เจือจาน แต่ต้องไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน ช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามสมควร แต่ต้องไม่ยัดเยียด หัดเข้าสังคมบ้าง แต่ต้องไม่ทำให้ตนเองอึดอัด” ขอให้ผู้อ่านเลือกดำเนินชีวิตบนเส้นทางปกติสุข เพื่อความดีงามแห่งชีวิต อ้างอิง : “นิทานเซน” โดยนันทิดา สอนพรหม

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=932899018693082&set=a.539724338010554


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *