
ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็วหลายคนมักมองข้ามความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจของตนเองโดยคิดว่าเป็นเพียงความเครียดชั่วคราวหรืออาการเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานและการใช้ชีวิตแต่ในทางจิตเวชศาสตร์ความเศร้าและความเหนื่อยล้าอาจเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดของโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder – MDD) ซึ่งเป็นภาวะเจ็บป่วยทางเคมีในสมองที่ต้องการการดูแลและรักษาอย่างถูกต้องการแยกแยะระหว่างความเหนื่อยล้าปกติกับการป่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญหากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมี 3 สัญญาณเตือนทางอารมณ์และพฤติกรรมต่อไปนี้อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่าสมองกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
- ดิ่งแบบไร้สาเหตุและหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ (Anhedonia): ไม่ใช่แค่รู้สึกแย่เมื่อเจอเรื่องแย่ๆแต่คืออารมณ์ดิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาดิ่งลึกต่อเนื่องมากกว่า 2 สัปดาห์ และสูญเสียความเพลิดเพลินในการทำกิจกรรมที่เคยสร้างความสุข
- นาฬิกาชีวภาพปรวนแปร (Sleep & Energy Disturbance): ร่างกายเริ่มส่งผลกระทบทางกายภาพอย่างชัดเจน เช่น นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้หรือในบางรายอาจมีความรู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรังตื่นนอนแล้วยังรู้สึกเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรงแม้จะนอนพักผ่อนเพียงพอ
- ความคิดเชิงลบต่อตนเองเกินจริง (Excessive Guilt & Worthlessness): มีกระบวนการคิดที่เริ่มโทษตัวเองในทุกเรื่อง รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าเป็นภาระของผู้อื่นซึ่งเป็นรูปแบบความคิดที่เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองเสียสมดุลไม่ใช่เพียงแค่การคิดมากธรรมดา
ข้อแนะนำเชิงสุขภาพและการรับมือเบื้องต้น
- ประเมินตนเองด้วยแบบทดสอบมาตรฐานสามารถใช้แบบประเมินโรคซึมเศร้า 9 คำถาม (9Q) ของกรมสุขภาพจิตเพื่อสำรวจระดับความเสี่ยงเบื้องต้น
- ปรับมุมมองต่อการพบแพทย์การเข้าพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่คือการดูแลสุขภาพกายและใจตามหลักวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกับการรักษาโรคทางกาย อื่นๆ
- ช่องทางช่วยเหลือฉุกเฉินหากรู้สึกว่าอารมณ์ดิ่งลงจนเริ่มควบคุมไม่ได้หรือมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองสามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
Leave a Reply