
ข้อมูลสายสุขภาพจิต เมื่อเดือน ม.ค. 2566 พบวัยแรงงานอายุ 20-59 ปี ขอรับบริการเรื่องความเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการทำงาน สูงอันดับ 1 กว่า 5,989 สาย จากทั้งหมด 8,009 สาย สะท้อนความต้องการวิธีจัดการกับปัญหาสุขภาพจิต โดยสาเหตุหรือต้นกำเนิดความเครียดในการทำงาน
โดยทั่วไปที่พบบ่อยอย่างเช่น เงินเดือนน้อย ปริมาณงานมากเกินไป โอกาสในการเติบโตหรือความก้าวหน้ามีน้อย งานที่ไม่มีส่วนร่วมหรือท้าทาย ขาดการสนับสนุนทางสังคม ควบคุมการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับงานได้ไม่เพียงพอ ความต้องการที่ขัดแย้งกันหรือความคาดหวังด้านประสิทธิภาพที่ไม่ชัดเจน เป็นต้น
สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเครียดเรื่องงาน ในทางร่างกาย ความเครียดทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและอัตราการหายใจเพิ่มขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กล้ามเนื้อตึงตัวเพิ่มขึ้นปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน เช่น ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสีย นอนไม่หลับ และเกิดปัญหาเกี่ยวกับผิว ในระยะยาวอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคอัลไซเมอร์ ปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน และมะเร็ง
ในทางจิตใจ ความเครียดทำให้หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ ความจำและการตัดสินใจแย่ลงไม่สามารถจัดการปัญหาที่รุมเร้าได้ หมดกำลังใจ มองโลกในแง่ร้าย และวิตกกังวล ในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย
ทั้งนี้พฤติกรรมจากความเครียด อาจแสดงออกดังนี้ มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดใส่คนรอบข้าง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความคิดสร้างสรรค์น้อยกว่าปกติ มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน เมินเฉยต่อสิ่งรอบข้าง การลาหรือขาดงานบ่อย ลาออกจากงานและหลีกหนีจากสังคมนอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับ ซึ่งทำให้สุขภาพโดยรวมแย่ลง
ซึ่งกรมสุขภาพจิต มีข้อแนะนำ 10 ประการสำหรับวัยทำงานเพื่อดูแลสุขภาวะของตนเองในการทำงาน ดังนี้
1.ทบทวนถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ชื่นชมข้อดีของตนเองและผู้อื่น พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสุข
2.มีอารมณ์ขันและส่งยิ้มให้กันอยู่เสมอ
3.กล่าวคำขอบคุณให้เป็นนิสัย และขอโทษเมื่อทำผิด
4.ตั้งเป้าหมายถึงสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข และลงมือทำให้สำเร็จ
5.หยุดคิดเล็กคิดน้อย ยอมรับข้อบกพร่องของผู้อื่น
6.จัดสรรเวลาให้สมดุล ตามหลัก 8-8-8 คือทำงาน 8 ชั่วโมง เวลาที่เหลืออีก 2 ส่วนคือการนอนหลับและให้เวลากับครอบครัว
7.ใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน ช่วยคลายความเครียด นอนหลับดีขึ้น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุราและสารเสพติด
8..ออฟไลน์ออกจากโลกโซเชียล แล้วหันมาพูดคุย ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนใกล้ชิดและคนรอบข้าง
9.ทำงานอดิเรกที่ชอบหรือทดลองทำอะไรใหม่ ๆ
10.ยึดหลักความพอเพียงในการดำเนินชีวิต พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ผลวิจัยยืนยันว่าคนทำงานที่มีความสุขจะเพิ่มผลผลิตมากกว่าคนทำงานที่ไม่มีความสุขถึงร้อยละ 20
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=617832613799632&set=a.367344032181826
Leave a Reply