
หลายคนอาจเคยประสบอาการคันตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุและมักคิดว่าเป็นแค่ผิวแห้งหรือภูมิแพ้แต่ความจริงแล้วอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาของตับอวัยวะสำคัญที่ทำงานเงียบๆตลอดเวลา
ตับอวัยวะที่ทำงานหนักแต่เราไม่เห็น
ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายทำหน้าที่เหมือน “โรงงานเคมี” ขนาดใหญ่ที่ช่วยกำจัดสารพิษ สร้างน้ำดีสำหรับย่อยไขมันสังเคราะห์โปรตีนจำเป็นต่อร่างกายและควบคุมการแข็งตัวของเลือดนอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสะสมพลังงานและสารอาหารเมื่อการทำงานของตับเริ่มบกพร่องระบบต่างๆในร่างกายก็จะเกิดความผิดปกติและบางครั้งจะสะท้อนออกมาให้เห็นทางผิวหนัง
4 สัญญาณทางผิวหนังที่อาจบ่งบอกว่าตับกำลังมีปัญหา
- อาการคันที่ผิวหนัง (Pruritus)
คันทั่วตัวโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยาทาแก้คันหรือยากินและมักรุนแรงขึ้นตอนกลางคืนสาเหตุเกิดจากเกลือน้ำดี (Bile Salt) สะสมในเลือดทำให้เส้นประสาทใต้ผิวหนังถูกกระตุ้น - ผิวและตาเหลือง (Jaundice)
เมื่อผิวหรือดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแสดงว่าตับไม่สามารถกำจัดบิลิรูบิน (Bilirubin) ของเสียจากเซลล์เม็ดเลือดแดงได้การสังเกตอาการนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าตับอาจทำงานผิดปกติ- ผื่นแดงคล้ายใยแมงมุม (Spider Angioma)
ปรากฏผื่นแดงเล็กๆเป็นกระจุกคล้ายใยแมงมุมบนหน้าอกคอแขนหรือส่วนบนลำตัว เมื่อกดจะจางแล้วกลับมาแดงใหม่สาเหตุเกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เนื่องจากตับทำงานบกพร่อง
- ผื่นแดงคล้ายใยแมงมุม (Spider Angioma)
- เลือดออกง่ายและรอยช้ำบ่อย
หากพบรอยฟกช้ำหรือเลือดออกตามไรฟันบ่อยโดยไม่กระแทกตนเองตับอาจผลิต โปรตีนควบคุมการแข็งตัวของเลือด Clotting Factors ได้น้อยลงทำให้เลือดแข็งตัวช้า
คำแนะนำสำหรับผู้พบอาการ
หากสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการใดอาการหนึ่งโดยเฉพาะมากกว่า 1 อาการร่วมกัน หรือมีอาการต่อเนื่องควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของตับการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสรักษาให้หายหรือควบคุมอาการได้ดีกว่าอย่าปล่อยปละละเลยอาการเล็กน้อยเพราะบางครั้งมันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่สำคัญ
Leave a Reply