40 ข้อคิดในการใช้ชีวิตให้ดีที่สุด จงใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ

มีใครเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย” หรือ “ทำไมใช้ชีวิตแบบนี้” อะไรทำนองนี้กันมาบ้างมั้ย? แล้วทุกคนเคยสงสัยมั้ยว่าการใช้ชีวิตให้ดีเนี่ยมันคืออะไรกันแน่ ในเมื่อมนุษย์ทุกคนล้วนมีความต้องการที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะชอบนอนอยู่บ้าน บางคนอาจจะอยากออกไปเที่ยวในวันหยุด ดีของเขาอาจจะไม่ใช่ดีสำหรับเรารึเปล่านะ? วันนี้เลยสรุปพอดแคสต์มาให้แล้วกับ ‘40 ข้อคิดในการใช้ชีวิตให้ดีที่สุด’ ขอบอกเลยว่าเนื้อหาดีมาก เหมือนได้ตกผลึกความคิดในอีกรูปแบบนึง สำหรับใครที่อยากรู้ว่าสรุปมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยยย

1. ชีวิตคือการสั่งสมประสบการณ์
ชีวิตของเราทุกคนล้วนจำเป็นต้องมี ‘ประสบการณ์’ เพราะประสบการณ์คือสิ่งที่จะทำให้เราเติบโตขึ้น ลองเปรียบเทียบมนุษย์เป็นดั่งหนังสือเล่มนึง และประสบการณ์คือตัวอักษรที่เราจดบันทึกลงไป ยิ่งเรามีประสบการณ์มากเท่าไหร่ ความรู้, แนวคิด, ความผิดพลาดที่เราล้วนเคยได้รับมา ก็เป็นเสมือนดั่งขุมทรัพย์พลังที่ทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างถูกทางนั่นเอง

2. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนย่อมพาเราไปสู่ปลายทางที่ชัดเจน ลองนึกภาพตามว่าหากเราทำอะไรโดยไร้แบบแผน เราก็คงไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน-หลัง หรือต้องทำอะไรบ้าง ใช่มั้ยล่ะ? แต่เมื่อใดก็ตามที่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เป้าหมายนั้นจะเป็นคนบอกเราเลยว่าเราจะต้องทำอะไร ทำแบบไหน เสมือนไฟนำทางที่พาเราไปถึงจุดหมายนั้นเอง ถึงแม้ว่าอาจจะมีบางจุดที่เราต้องคลำหาเองบ้าง แต่จะไปถึงจุดหมายแน่นอน!

3. เพียงแค่เราเชื่อ ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้
เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “แค่เพียงแค่เราเชื่อ ทุกอย่างก็สามารถเป็นไปได้” กันมาบ้างมั้ย? ซึ่งเชื่อมั้ยว่าคำพูดนี้มีการอธิบายตามหลักจิตวิทยาด้วยนะ ลองนึกภาพตามว่าเราเป็นรถยนต์ และความเชื่อคือเชื้อเพลิง เมื่อใดก็ตามที่เราเชื่อ ก็เหมือนเติมเชื้อเพลิงที่ดีให้กับรถยนต์ รถก็จะสามารถวิ่งได้ดี แต่เมื่อเราไม่มีเชื้อเพลิงหรือความเชื่อเหล่านั้น รถก็จะไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ ดังนั้นขอแค่เพียงเชื่อมั่น ทุกสิ่งจะต้องเป็นไปได้อย่างแน่นอน!

4. โลกนี้ไม่ยุติธรรม แต่โลกให้รางวัลกับคนที่สร้างคุณค่าเสมอ
เป็นเรื่องที่ทุกคนย่อมรู้กันดีอยู่แล้วว่าโลกใบนี้ไม่เคยยุติธรรม แค่เราเกิดมาก็ไม่เท่าเทียมกันแล้ว เพราะคนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่โลกแห่งความเป็นจริงจะให้รางวัลกับคนที่สร้างคุณค่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือผลตอบแทนอื่นๆ โดยเราสามารถสร้างคุณค่าให้แก่โลกใบนี้ได้ตามแบบฉบับของตนเอง โลกใบนี้ก็จะให้รางวัลกับเรา

5. การรู้จักตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน
รู้จักสิ่งรอบตัวก็ดี แต่การรู้จักตัวเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน เพราะการที่เรารู้จักตัวเองนั้นจะทำให้เรารู้ว่า เราเหมาะกับอะไร ไม่เหมาะกับอะไร ชอบหรือไม่ชอบทำอะไร จึงทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือไม่ต้องเสียเวลาไปกับการค้นหาตัวเอง หากมีเวลาว่างจะลองจดๆ เรื่องของตัวเองลงในกระดาษดูก็ได้นะ สิ่งนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

6. ชีวิตคือเกมยาว
ชีวิตของเราก็เหมือนเกมยาว ต้องมีความระวังเวลาเทรดของระยะสั้นกับเรื่องระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะทำโปรเจคขึ้นมาสักโปรเจคนึง ให้มองภาพยาวๆ ลองถามตัวเองว่าตัวเราในอีก 5-10 ปีจะพูดยังไงกับโปรเจคนี้บ้าง อย่าด่วนตัดสินใจทั้งในทางที่ดีและไม่ดี แล้วบางทีเราอาจจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นก้อได้นะ

7. อย่าตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่จงวางแผนด้วย
การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้เราเห็นแบบแผนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่ถึงแบบนั้นก็อย่าลืมที่จะวางแผนอย่างรอบคอบด้วยตัวเองอีกทีด้วย เพราะนอกจากการวางแผนที่เป็นระบบระเบียบสามารถทำให้เราสำเร็จเป้าหมายได้เร็วมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถคำนวณความเสี่ยงและความเป็นไปได้ต่างๆ ของชีวิตอีกด้วย

8.ทุกๆ ก้าวของเรามีความหมายเสมอบางคนอาจจะมองไม่ค่อยเห็นค่ากับสิ่งเล็กน้อยที่ผ่านไปในชีวิตอย่าง การทำงานชิ้นนึงสำเร็จ, การอ่านหนังสือเล่มที่ดองไว้จนจบ แต่ความเป็นจริงแล้วทุกคนจะรู้มั้ยว่าทุกๆก้าวของเรามีความหมายเสมอ ไม่ว่าก้าวนั้นจะเล็กน้อยหรือใหญ่เพียงใด ดังนั้นจงอย่ามองข้ามความสำเร็จเล็กๆของเรา จงให้รางวัลและให้กำลังใจกับตัวเองบ้าง

9. ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ทุกอย่างย่อมมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมเสมอ หากเราอยากได้เกรดดีๆ ก็ต้องอ่านหนังสือให้เยอะขึ้น หรือหากเราอยากเลื่อนตำแหน่งก็อาจจะต้องทำผลงานออกมาให้ดีจนเฉิดฉาย ขยันทำงานให้มากขึ้น ตรงต่อเวลา ดังนั้นจงตระหนักไว้เสมอว่าในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ แต่เชื่อเถอะว่าทุกแรงที่ลงไปมักจะมีคุณค่าเสมอ ไม่ได้ลงทุนไปโดยไร้ค่าอย่างแน่นอน
.
10. จงสงสัยและตั้งคำถามให้มากขึ้น
เราควรหมั่นสงสัยและตั้งคำถาม โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับตัวเราเอง เช่น ความเชื่อ สมมติฐาน mindset หลักการที่เราใช้ในการดำเนินชีวิต ว่ามันยังถูกต้องอยู่หรือเปล่า เพื่อให้ตัวเราเอง ได้รู้จักกับตัวเราเองอย่างดีที่สุดในทุกๆช่วงของชีวิต ถ้าสิ่งที่เราเคยเชื่อหรือทำอยู่มันไม่ถูกต้องแล้ว เราจะได้ทำการอัปเกรดตัวเองให้เป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นได้

11. ควบคุมอารมณ์ให้ได้
ถ้าหากเรามีการควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดี ก็จะส่งผลเสียตามมาหลายอย่าง ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตปกติ และการทำงาน ยิ่งเรามีการควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนอื่น ก็จะช่วยส่งผลให้เราสามารถจัดการปัญหาต่างๆได้ดีกว่า ไม่ทำอะไรพลาดแบบง่ายๆ และไม่เป็นการปล่อยพลังลบให้ผู้อื่น นอกจากจะเป็นผลดีต่อเราเองแล้ว ยังเป็นผลดีต่อคนรอบข้างของเราอีกด้วย

12. เพราะชีวิตไม่ใช่เส้นตรง
ชีวิตของเราก็เปรียบเสมือนถนนที่มีเส้นทางให้เลือกเดินนับล้านเส้น เราจะเลือกทางไหนก็ย่อมพาเราไปสู่จุดหมายที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงสิ่งที่เราอาจจะได้พบเจอในระหว่างทางด้วย จึงอย่ายึดติดกับสิ่งแรกที่เลือก เพราะชีวิตของเราอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และใครจะรู้บางทีถนนที่เราเลือกในตอนแรก อาจจะไม่ใช่เส้นทางที่เหมาะกับเราที่สุดก็ได้นะ

13. อย่าเสียเวลาไปกับอารมณ์ชั่วครู่
เคยมั้ย เวลาโกรธเพื่อนหรือแฟนมากๆ ก็จะเกิดความรู้สึกไม่อยากคุยด้วยเป็นวันๆ หรือสัปดาห์ ซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับอารมณ์ของมนุษย์ แต่แทนที่เราจะเสียเวลามานั่งงอนกัน ไม่มองหน้ากัน จะดีกว่ามั้ยหากเราวางอารมณ์ของเราลง และคุยกันด้วยเหตุผล ช่วงเวลาที่เราเสียไปนั้นเราอาจจะนำไปทำเรื่องดีๆ ได้อีกเยอะแยะเลยนะ

14. ล้มเหลวไม่ถึงกับตาย
เพราะพวกเราทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้ ต่อให้เราจะอยู่สูงแค่ไหน เราก็ล้มได้ แต่จงจำไว้เสมอว่า “ล้มเหลวไม่ถึงกับตาย” อย่ามัวแต่คิดว่าตัวเองไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ อย่าจมปลักอยู่กับอดีต เพราะเรายังสามารถลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ ตราบใดที่เรายังคงไม่ยอมแพ้ โลกใบนี้ยังมีที่ว่างและโอกาสให้เราได้แก้ตัว จงเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและทำวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุด

15. อย่าทำอะไรเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว
เงินเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต เราต้องใช้เงินเพื่อกินข้าว เพื่อหาความสุข ทำงานเพื่อหาเงินมาใช้เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะ เพราะสุดท้ายแล้วเงินก็ไม่สามารถซื้อทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ อย่างเช่น ความสัมพันธ์ไปจนถึงความรู้สึกของมนุษย์ ดังนั้นจงมองโลกให้กว้างขึ้น อย่ามองเพื่อแค่ว่าทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยเงิน หากเราเปลี่ยนมุมมองของเราได้ เราอาจจะได้พบเจอกับมิติใหม่ๆ ของโลกใบนี้ก็ได้นะ

16. ฟังให้เยอะ พูดให้น้อยลง
ทุกวันนี้คนเรามักฟังอะไรรอบตัวน้อยลง อาจจะเพราะด้วยความคิดที่ว่าชีวิตฉันเจออะไรมามากเกินพอแล้ว ไม่อยากที่จะเหนื่อยไปมากกว่านี้ ไม่อยากฟังเรื่องราวที่น่าปวดหัวเลย เอาเรื่องนี้ไประบายกับใครสักคนดีกว่า ซึ่งการได้พูดออกมานั้นก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบในการปลดปล่อยอารมณ์ออกมา แต่หากมันมากเกินไปก็จะไร้ซึ่งประโยชน์ เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเริ่มพูดเยอะเกินไปแล้ว จงพูดให้น้อยลงบ้าง แต่เปิดใจฟังให้เยอะขึ้น บางทีเราอาจจะได้แนวคิดดีๆ กลับมาก็ได้นะ

17. หาความหมายให้ชีวิต
หลายๆ คนอาจจะทำงานหนักจนลืมไปว่าเราทำไปเพื่ออะไร หรืออยู่บนโลกนี้เพื่อทำอะไรกันแน่นะ? หรือบางทีเราก็อาจจะรู้สึกเคว้งคว้างไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้วก็ได้นะ ซึ่งใช่คนเราจำเป็นต้องทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ แต่ก็อย่าลืมว่าสิ่งที่เราอยากทำที่สุดคืออะไร จงตามหาความหมายของการใช้ชีวิต และเมื่อไหร่ที่เราหามันเจอ ชีวิตของเราก็จะมีคุณค่ามากขึ้นตามไปด้วย

18. จงเปิดใจให้กว้างอยู่เสมอ
การมีแนวคิดของตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเรายึดติดกับคติเหล่านั้นมากจนเกินไป ก็อาจจะไม่ต่างจากการใส่กะลาครอบตัวเอง เพราะเมื่อเรายึดมั่นในตัวเองมากเกินไปอาจจะทำให้เราพลาดสิ่งดีๆ ในชีวิตไป เวลาที่มีคนมาแนะนำหรือบอกอะไรเรา เราก็คงรู้สึกไม่เชื่อ ไม่ฟังอะไรทำนองนี้ แต่หากเราเปิดใจให้กว้าง ก็หมายความว่าเราพร้อมที่จะโอบรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ตั้งแต่ความเชื่อ, แนวคิด, โอกาส, ความสัมพันธ์และอื่นๆ อีกมากมายเลย
.
19. ไม่มีอะไรที่แน่นอน
ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่ตายตัวและแน่นอน ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพราะคำว่า ‘ตลอดไป’ ไม่มีอยู่จริง สิ่งที่อาจจะใช่สำหรับเราในเมื่อวาน อาจจะไม่ใช่ในวันนี้ก็ได้ ดังนั้นจงทำตัวเองให้ยืดหยุ่น อย่าตึงจนเกินไป แต่ก็ไม่หย่อนจนยาน เพราะอะไรที่มากเกินไปไม่เคยส่งผลดีเลย จงปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ แล้วเราจะมีความสุขได้มากขึ้น
.
20. หาเวลาให้สิ่งสำคัญในชีวิตที่ไม่ใช่เรื่องงาน
งานเป็นเรื่องที่สำคัญก็จริง แต่งานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต เชื่อเถอะว่าคนมากกว่า 60% บนโลกนี้ มักทำงานจนลืมแบ่งเวลากับให้ตัวเอง บางทีก็อาจจะเครียดงานจนไม่มีเวลานอนหรือพักผ่อนเลย ดังนั้นจงรู้จักคำว่า Work life balance แบ่งเวลาอย่างสมดุล ทำงานบ้าง พักผ่อนบ้าง อย่าเอางานมาทำเวลาพัก แล้วเราจะค้นพบว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายนอกจากงานรอคอยให้เราออกไปค้นหาอยู่นะ

21. เมื่อสงสัย ก็ต้องหาคำตอบด้วย
เมื่อใดก็ตามที่เราสงสัย จงอย่าคร้านที่จะหาคำตอบ เพราะคำตอบเหล่านั้นอาจจะนำพาเราไปสู่บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า หรือไม่แน่บางทีอาจจะทำให้เราได้พบกับคำตอบของบางอย่างที่สงสัยมานานก็ได้นะ ยกตัวอย่างเช่น เราสงสัยว่าทำไมเพื่อนของเราจึงทะเลาะกัน เมื่อเราค้นหาคำตอบไปเรื่อยๆ อาจจะพบว่ามันเกิดมาจากการสื่อสารที่ผิดพลาด เราก็จะได้เรียนรู้ และป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะขึ้นกับเราในอนาคตได้นั่นเอง

22. ความสุขของเรา คือเรื่องของเรา
หากเราทำอะไรแล้วมีความสุข ก็อย่าไปสนใจสิ่งรอบข้างมากนัก เคยมั้ยเราอยากใช้เวลาวันหยุดไปกับการนอน แต่พอเรานอนก็มักจะโดนคนอื่นทักว่า “ทำไมเอาแต่นอน ไม่ออกไปเที่ยวข้างนอก” ก็การนอนมันเป็นความสุข จงอย่าไปเก็บคำพูดของคนอื่นมาคิดมากให้หนักหัว ตราบใดที่ความสุขของเราไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ทำไปเถอะ เพราะสุดท้ายแล้วมันคือความสุขของเรา

23. ระวังเรื่องที่เล่าให้ตัวเองฟัง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าอะไรคือการระวังเรื่องที่เล่าให้ตัวเองฟังกันนะ? เรื่องที่เล่าให้ตัวเองฟังนั้นก็เปรียบเสมือน ‘ความเชื่อ’ ที่เราบอกกับสมองตัวเอง และเมื่อใดก็ตามที่สมองเราเริ่มเชื่อไปแล้ว สมองก็จะสั่งให้พฤติกรรมต่างๆ ของเขาเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากเราคิดว่าตัวเองทำได้ เราก็จะมีพลังบวก หัวสมองแล่น อยากทำนู่นทำนี่ไปหมดเลย แต่หากเราคิดว่าฉันทำไม่ได้หรอก เราก็อาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย อ่อนแรง ท้อใจ ดังนั้นจงระวังเรื่องที่เล่าให้ตัวเองฟังให้ดี เพราะมันส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราจริงๆ

24. อยู่กับปัจจุบัน
เชื่อมั้ยว่าการอยู่กับปัจจุบันทำให้เรามีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม หากเราจมปลักอยู่กับอดีต มันก็จะทำให้เราไม่สามารถก้าวเดินไปไหนได้ แต่หากเราคิดถึงอนาคตมากจนไปเกินไป ก็อาจจะกลายเป็นการเพ้อฝันจนไม่เป็นอันทำอะไร ดังนั้นการอยู่กับปัจจุบันจะช่วยให้เรามีเวลา และความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ต้องคิดถึงอดีตหรืออนาคต แค่ยิ้มให้กับตัวเองในวันนี้ก็พอ

25. รักษาเวลาของเราเอาไว้
เวลาของเราก็จงอย่าไปเสียมันให้กับคนอื่น ไม่ว่าจะเสียไปกับการทำงานหรือกับคนรอบตัว ใช่ การให้เวลากับสิ่งอื่นเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่อะไรก็ตามที่มันมากเกินไป แน่นอนว่าย่อมไม่ส่งผลดีต่อตัวเองอยู่แล้ว เพราะนอกจากเราจะไม่มีเวลาให้กับตัวเองแล้ว ยังมีโอกาสที่เราจะรับความรู้สึกของคนอื่นมามากเกินไป และส่งผลร้ายต่อตัวเราด้วย ดังนั้นจงรักษาเวลาของเราเอาไว้ให้ดีๆ นะ

26. อย่ากลัวที่จะปฏิเสธงานที่ไม่มีคุณค่า
ถ้าในวันนี้เรารู้สึกว่างานที่ทำอยู่มันไม่มีคุณค่า ทำให้รู้สึกไม่มีความสุข, ไม่มีความสำเร็จ, หรือไม่ตรงกับความสามารถของเรา จงอย่ากลัวการปฏิเสธที่จะไม่ทำงานนั้นๆ เพราะงานเหล่านั้นอาจทำให้เวลาที่คุณมีอยู่เสียไปโดยใช่เหตุ ทุกคนล้วนมีสิทธิ์เลือกงานที่เหมาะสม มีสิทธิ์ที่จะเลือกสิ่งที่ตรงกับความสามารถของเราได้ เพราะอย่างนั้นหากเราต้องปฏิเสธจริงๆ นั้นไม่ใช่ความผิดของเราเลย แต่เป็นการเลือกเส้นทางของเราเพื่อไปทำสิ่งที่ดีกว่าต่างหาก

27. มองโลกในแง่บวก แต่อยู่พื้นฐานของความเป็นจริง
การมองโลกในแง่ดี เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก บางครั้งเราอาจจะคิดว่า มองโลกในแง่ดีก็คือโลกสวยรึเปล่า อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์เหรอ แต่เปล่าเลย เราสามารถมองโลกในแง่บวกได้ แต่ยังคงอยู่พื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ตีตนไปก่อนไข้และไม่คิดมากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าเราสามารถทำได้จริงๆ ชีวิตของเราจะมีความสุขขึ้นเยอะเลย

28. หาเวลาอยู่คนเดียวบ้าง
การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่เรื่องที่ผิด จงหาเวลาให้กับตัวเองบ้าง อยู่คนเดียวนอนฟังเพลง, ดูหนัง, เขียนไดอารี่ ทำอะไรก็ได้ที่ได้อยู่กับตัวเอง เพราะช่วงเวลาที่เราได้อยู่คนเดียวนั้น ก็เปรียบเสมือนการทบทวนตัวเอง ไม่ว่าจะทั้งเป้าหมายในการใช้ชีวิต, แนวคิด, สิ่งที่อยากทำ ไปจนถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย และเมื่อใดที่เราอยู่กับตัวเองมากพอแล้ว เราจะมองเห็นแนวทางในการชีวิตของเราได้ชัดเจนขึ้นด้วย

29. ลองทำอะไรให้ช้าลง
เพราะทุกวันนี้สังคมบีบให้เราต้องเร่งรีบ ทำอะไรให้เร็ว ถ้าช้าคือไม่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำอะไรเร็วๆ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือเราจะมีเวลาให้การทำอะไรเยอะขึ้น ส่วนข้อเสียก็คือเราไม่ได้มีเวลามานั่งมาเรียนรู้จากการลงมือทำเลย เพราะการรีบก็ไม่ต่างจากการสักแต่ว่าทำให้จบๆ ไป แต่หากเราค่อยๆ ใช้เวลาอย่างปราณีต สิ่งที่เราได้รับกลับมา มันก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

30. บอกต่อสิ่งที่ดี
เมื่อเราได้รับอะไรดีๆ มา แล้วเรารู้สึกว่า “เออ จริงด้วย” หรือ “รู้งี้น่าจะทำตั้งนานแล้ว” จงอย่าลังเลที่จะมอบสิ่งที่ดีเหล่านั้นให้คนอื่นต่อไป เพราะเชื่อเถอะว่าในสักวัน เรื่องที่ทำลงไป จะต้องย้อนกลับมาหาเราอย่างแน่นอน

31. อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง
มีหลายครั้งที่เราใช้ชีวิตด้วยความวิตกกังวล หรือบางครั้งเราก็คิดเข้าข้างตัวเองซะจนลืมความจริงไปเลย ชีวิตของเราจะดีได้ก็ต่อเมื่อเกิดสมดุล การคิดเผื่อล่วงหน้าหรือคิดเข้าข้างตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป แต่การคิดไปเองย่อมไม่ส่งผลดีต่อตัวเราอยู่แล้ว ดังนั้นคิดมากได้แต่จงอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

32. เพราะชีวิตเราไม่มีทางลัด
ใครที่กำลังมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองเก่งแบบชิลๆ หรือวิธีรวยแบบง่ายๆ จงพับความคิดนั้นเก็บไปซะ เพราะชีวิตของเราไม่มีทางลัดหรอก หรือต่อให้มีทางลัดก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายหรือความเสี่ยงตามมาด้วยอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากเราอยากรวยทางลัดเลยหันไปลงทุน แน่นอนว่ามันย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง ถ้าไม่รวยไปเลยก็อาจจะหมดตัวไปเลยก็ได้เหมือนกัน

33. เปลี่ยนใจได้ ไม่เป็นไร
คงมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าเมื่อเราตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่างแล้ว เราต้องไปให้สุด แต่หากเราไปสุดแล้วมันไม่ใช่จะเปลี่ยนใจก็ได้ ไม่เป็นไรหรอกนะ เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนล้วนมีเรื่องที่เราถนัดและไม่ถนัดแตกต่างกัน การได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างมันก็ดี แต่การฝืนทำในสิ่งที่เราไม่ถนัดก็ไม่ต่างอะไรจากการเสียเวลาเปล่า ดังนั้นอะไรที่เรารู้ว่าไม่ใช่หรือไม่ชอบจะเปลี่ยนใจก็ไม่เป็นไรหรอกนะ

34. นึกถึงกฎ 80/20 และจงใช้เวลาไปกับสิ่งที่ดี
ทุกการกระทำของเราไม่ได้ส่งผลลัพธ์เท่ากัน หากเราลองสังเกตเราจะพบว่าการกระทำส่วนใหญ่ (80%) ของเรานั้นเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า จะมีเพียงไม่กี่เรื่องในชีวิต (20%) เท่านั้นแหละที่คุ้มค่าจะใช้เวลา ดังนั้นจงใช้เวลาไปกับสิ่งที่ดี แล้วสิ่งดีๆจะตามมาเอง

35. จงดูแลร่างกายของตัวเอง
ร่างกายของเรามีร่างกายเดียว บางคนอาจจะคิดว่า “กินไปเถอะไม่เป็นอะไร” หรือ “เดี๋ยวไว้ค่อยออกกำลังกายได้” ก็จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้ร่างกายของเรายังไม่เป็นอะไร แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็ไม่แปลกหากสภาพร่างกายของจะเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ดังนั้นจงลงทุนกับสุขภาพของเราให้มากๆ กินอะไรที่ดีต่อร่างกาย ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส แล้วเชื่อเถอะว่าเราจะไม่เสียใจในภายหลัง

36. เมื่อมีโอกาสทำอะไร ก็จงทำอะไรให้เต็มที่
เพราะโอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสเข้ามาในชีวิต จงอย่าลังเล ใส่แรงลงไปให้สุด ใส่พลังลงไปให้เต็มที่ คิดซะว่าเราจะไม่เสียดายหรือเสียใจในภายหลัง แล้วเชื่อเถอะว่าสิ่งที่เราลงแรง และใจไปนั้น จะส่งผลดีกับตัวเราเสมอ

37. เข้าใจความเสี่ยง พยายามให้เต็มที่
ทุกการกระทำมีความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นการเรียน, การทำงานไปจนถึงเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ ในชีวิต เชื่อเถอะว่าชีวิตของมนุษย์เราก็ไม่ต่างจากการเดินบนเส้นด้ายสักเท่าไหร่หรอก ดังนั้นจงพยายามให้เต็มที่ในทุกๆ การกระทำ ตัวอย่างเช่น หากเราอยากสอบเข้ามหาลัย A มีโอกาสเสี่ยงสูงนะที่เราจะไม่ติดมหาลัย แต่หากเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดาย

38. เรียนรู้จากอดีต และก้าวต่อไป
ทุกคนต่างเคยมีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น เคยทำพลาดในเรื่องเล็กน้อยหรือบางคนก็เรื่องใหญ่มากๆ แต่จงรู้ไว้ว่าข้อผิดพลาดจะกลายเป็นเรื่องดีได้ หากเรารู้จักเรียนรู้จากมันไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้เพื่อป้องกันสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ทำซ้ำอีก หรือเรียนรู้เพื่อนำสิ่งดีๆ มาทำอีกครั้ง ดังนั้นจงเรียนรู้อดีตให้มากเข้าไว้ เพราะมันจะกลายเป็นขุมทรัพย์พลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เราก้าวเดินต่อไป

39. การลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด
เคยมั้ยบางครั้งเราคิดอยากจะทำอะไรสักอย่าง นั่งเสิร์ชหาข้อมูลก็แล้ว วางแผนจะทำ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำสักที ไม่ว่าจะเพราะกลัวบ้างล่ะ ไม่มีเวลาบ้างล่ะ แต่ทุกคนรู้มั้ยว่าจริงๆ แล้วการลงมือทำคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด หากเรามัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง เราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย แต่หากเราเริ่มลงมือทำ คุณค่าในสิ่งที่เราทำจะย้อนกลับมาหาเราอย่างแน่นอน

40. ความหมายของชีวิตอยู่ไม่ไกล
เราไม่จำเป็นต้องไปหาความหมายของชีวิตไกลๆ มากนักหรอก เพราะมันอยู่ใกล้ๆ ตัวเราเพียงแค่นี้เอง ความหมายชีวิตของเราก็อาจจะเป็นครอบครัว, เพื่อน, คนรัก ไปจนถึงงาน จงเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัว แล้วเชื่อเถอะว่าชีวิตของเราจะมีความหมายขึ้นเยอะเลย

เป็นยังไงกันบ้างกับสรุปพอดแคสต์ 40 ข้อคิดในการใช้ชีวิตให้ดีที่สุด อ่านแล้วนึกถึงตัวเองกันบ้างมั้ยแบบ “จริงด้วย ลืมไปเลย” หรือ “ทำไมเราไม่ทำแบบนี้กันนะ?” ดังนั้นจงใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการเพราะสุดท้ายแล้วชีวิตก็เป็นของเราอยู่ดี อย่าไปใส่ใจคำพูดไร้สาระของคนอื่นมากนักจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขล่ะ แล้วทุกคนเห็นด้วยหรือไม่ มีความคิดเห็นอย่างไร ลองมาแชร์กันบ้างนะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://web.facebook.com/photo/?fbid=188551884336860&set=a.112705195254863


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *