
ในยุคที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยยืดอายุขัย (Life Span) เฉลี่ยของมนุษย์ให้สูงถึง 90 ปี คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนไป เราจะอยู่อย่างแข็งแรงได้นานแค่ไหน? นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยได้เผยเคล็ดลับสู่การมี Health Span หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและแข็งแรงยาวนานพร้อมเจาะลึกความจริงเรื่อง ‘ความเสื่อม’ และ ‘ยาที่ดีที่สุด’ ที่เราทุกคนเข้าถึงได้
5 ข้อความจริงเรื่องอายุและการชะลอวัยที่คุณควรรู้
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวัยและอายุอาจทำให้เราเริ่มดูแลตัวเองช้าเกินไป นพ.วีรพล ได้สรุป 5 ความจริงสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของเราต่อความชรา:
- จุดเริ่มต้นของความเสื่อม:
- ร่างกายเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุ 25 ปี เนื่องจาก สเต็มเซลล์ เริ่มแบ่งตัวช้าลงเรื่อยๆ
- อย่างไรก็ตามสัญญาณที่ชัดเจนที่คนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึก เช่น สายตายาว หรือความผิดปกติอื่นๆ มักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 40 ปี
- อายุขัยสูงสุดของมนุษย์:
- ตามหลักพันธุกรรมและการหมุนเวียนของเซลล์ร่างกายมนุษย์สามารถมีอายุได้สูงสุดที่ 120 ปี การคาดหวังถึง 150 ปีจึงยังเป็นไปได้ยากมากในปัจจุบัน
- อายุขัยยุคใหม่ (Life Span):
- สำหรับคนยุค Gen X, Gen Y, Gen Z หรือ Alpha การมีอายุขัยที่อย่างน้อย 90 ปี ถือเป็นเรื่องปกติและควรเกิดขึ้น
- สิ่งสำคัญยิ่งกว่าอายุขัย: Health Span:
- สิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญสูงสุดคือ Health Span หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและแข็งแรงได้ยาวนานที่สุด ไม่ใช่แค่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างเดียว
- หัวใจของการชะลอวัย: ลดการอักเสบ:
- ศาสตร์แห่งการชะลอวัยคือการลดการอักเสบในร่างกายเพราะแท้จริงแล้วทุกโรคในร่างกายล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการเผาผลาญ (Metabolism) ที่ไม่สมดุลและนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง
เคล็ดลับสายกลางชะลอวัยที่คุณทำได้ทุกวัน
นพ.วีรพล ย้ำว่าการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือแนวทาง “สายกลาง” ที่ยั่งยืนและเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่า “ความสุขคือยาที่ดีที่สุด” ที่มนุษย์สามารถหาได้
1. สุขภาพจิตและอารมณ์
- พลังบวกคือยา: ความสุขทำให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวการหัวเราะเป็นการคลายเครียดที่ดีที่สุด ควรใช้ชีวิตอย่างคิดบวกและหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม
- รีเซ็ตสมองด้วยการนอน: ความเครียดมักเกิดจากสมองล้าการนอนหลับพักผ่อนที่ดีและมีคุณภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรีเซ็ตสมองและคลายเครียด
2. การปรับพฤติกรรมพื้นฐาน
- วินัยการนอนหลับ: ควรมีวินัยในการนอนที่สม่ำเสมอเพราะเมื่อเราหลับร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนิน และ Growth Factor ซึ่งช่วยฟื้นฟู ซ่อมแซมร่างกาย
- การทำสมาธิ: การนั่งสมาธิช่วยชะลอวัยได้ทางอ้อมเพราะช่วยลดอัตราการเผาผลาญ (Metabolism) ให้ต่ำลง ทำให้การทำงานของเซลล์ช้าลงเล็กน้อย
- อาหารและการดื่มน้ำ: ดื่มน้ำให้เพียงพอทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะลดการทาน อาหารแปรรูป หรืออาหารดิบที่ไม่สะอาดซึ่งเพิ่มภาระการทำงานและการอักเสบให้ร่างกาย
- ออกกำลังกายแต่พอดี: ควรออกกำลังกายแบบเบาๆอย่างสม่ำเสมอไม่ควรหักโหมจนเกินไป เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้
3. การวางแผนสุขภาพระยะยาว
- ไม่สามารถย้อนเวลาได้ แต่แก่ช้าลงได้: การดูแลสุขภาพต้องเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การควบคุมการออกกำลังกายและอาหารตั้งแต่อายุ 30-40 ปี ไม่ใช่รอให้อวัยวะเสื่อมสภาพก่อนแล้วค่อยเริ่มทำตอนอายุ 60-70 ปี
นวัตกรรมแห่งอนาคตสเต็มเซลล์คือของขวัญที่ดีที่สุด
ในฐานะแพทย์ นพ.วีรพล ชี้ว่านวัตกรรมหนึ่งที่เป็นความหวังของการชะลอวัยคือสเต็มเซลล์ (Stem Cell)
- สเต็มเซลล์คือยาที่ดีที่สุด: สเต็มเซลล์ถูกบัญญัติว่าเป็น “ยา” ในระดับสากลจาก FDA ทั่วโลก และเป็นยาที่เข้ากับร่างกายเราได้ 100%
- บทบาทสำคัญ: สเต็มเซลล์คือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีหน้าที่ฟื้นฟูซ่อมแซมและเสริมสร้างเนื้อเยื่อทั้งหมดในร่างกาย เช่น สร้างเม็ดเลือด ผิวหนัง หรือซ่อมแซมกระดูกอ่อน
- ทำไมต้องจัดเก็บแต่เนิ่นๆ: เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น จำนวนสเต็มเซลล์จะลดน้อยลง และคุณภาพจะเสื่อมลง การจัดเก็บสเต็มเซลล์ในขณะที่เราอายุน้อยที่สุด (วันนี้) จึงเป็นการเก็บ “สารตั้งต้น” ที่แข็งแรงไว้ใช้รักษาความเสื่อมในอนาคต (เช่น ตอนอายุ 60-70 ปี)
- การจัดเก็บที่เข้าถึงได้: สเต็มเซลล์สามารถจัดเก็บได้อย่างปลอดภัยจากไขมันเพียง 50 กรัม (เช่น บริเวณใต้ท้องแขน) ซึ่งไขมันเพียง 1 กรัม มีสเต็มเซลล์มากถึง 5,000 – 10,000 ตัว
- ค่าใช้จ่ายที่คำนวณได้: ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บตลอดชีพ (เช่น ถึง 60 ปี) อาจอยู่ที่ประมาณ 100,000–150,000 บาท ซึ่งเมื่อเฉลี่ยแล้วตกเพียงวันละ 8 บาท เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วยเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรวยอีกต่อไป
นพ.วีรพล สรุปว่า การจัดเก็บสเต็มเซลล์คือ “ของขวัญที่ดีที่สุด” ที่จะมอบให้กับตัวเองและคนที่คุณรักเพราะมันคือ “ยาที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์สามารถหาได้” เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
คำแนะนำง่ายๆสำหรับทุกวัน: คิดบวกไว้ดื่มน้ำเยอะๆและทำทุกวันให้มีความสุขแค่นั้นก็เพียงพอที่จะมีสุขภาพที่ดีและมีคุณค่าของชีวิตต่อไป
Leave a Reply