5สัญญาณเตือนโรคเหงือก อย่าปล่อยจนฟันโยกเสี่ยงสูญเสียฟัน

หลายคนอาจคิดว่าอาการเลือดออกขณะแปรงฟันเหงือกบวมหรือมีกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็กๆที่เกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราวและไม่จำเป็นต้องใส่ใจแต่ในความเป็นจริงอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพเหงือกและฟันโดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำหรือเป็นต่อเนื่องโรคเหงือกและโรคปริทันต์มักเริ่มจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์บริเวณฟันและขอบเหงือก หากปล่อยให้มีการอักเสบต่อเนื่องอาจส่งผลต่อเนื้อเยื่อและกระดูกที่ช่วยพยุงฟันเมื่อโรครุนแรงขึ้นฟันอาจเริ่มโยกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียฟันได้ลองเช็กตัวเองว่าเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่

1. แปรงฟันแล้วมีเลือดออกเลือดออกตามไรฟันไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะหากเกิดขึ้นบ่อยแม้จะแปรงฟันเบาๆและใช้แปรงขนนุ่มแล้วก็ตามเพราะอาจสะท้อนถึงการอักเสบของเหงือกจากคราบจุลินทรีย์ที่สะสมบริเวณขอบเหงือกอย่างไรก็ตามเลือดออกอาจมีสาเหตุอื่นได้เช่นกัน ดังนั้นหากเกิดซ้ำๆควรให้ทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุแทนการหยุดแปรงฟันเพราะการหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดบริเวณที่มีเลือดออกอาจทำให้คราบสะสมมากขึ้น
2. เหงือกบวมแดงหรือเจ็บเหงือกที่แข็งแรงโดยทั่วไปจะไม่บวมแดงหรือมีอาการเจ็บง่าย หากพบว่าเหงือกบริเวณรอบฟันมีสีแดงเข้มขึ้นบวมหรือมีเลือดออกง่ายอาจเป็นสัญญาณของภาวะเหงือกอักเสบสาเหตุที่พบได้บ่อยคือคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่สะสมบริเวณฟันและขอบเหงือกหากปล่อยการอักเสบไว้นานอาจพัฒนาไปสู่โรคปริทันต์ซึ่งส่งผลต่อเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟันได้
3. มีกลิ่นปากเรื้อรังแม้แปรงฟันแล้วกลิ่นปากไม่ได้เกิดจากอาหารเพียงอย่างเดียวแต่อาจเกี่ยวข้องกับแบคทีเรียคราบจุลินทรีย์เศษอาหารลิ้นที่มีคราบรวมถึงปัญหาสุขภาพช่องปาก เช่น โรคเหงือกและโรคปริทันต์

หากมีกลิ่นปากต่อเนื่องแม้ดูแลช่องปากอย่างเหมาะสมแล้วไม่ควรใช้เพียงน้ำยาบ้วนปากเพื่อกลบกลิ่นแต่ควรตรวจหาสาเหตุเพราะกลิ่นปากเรื้อรังอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณว่ามีปัญหาในช่องปากที่ต้องได้รับการรักษา

4. เสียวฟันบริเวณคอฟันอาการเสียวฟันเมื่อรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นร้อนเปรี้ยว หรือหวานอาจเกิดจากหลายสาเหตุไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคเหงือกเสมอไป

สาเหตุที่พบได้ เช่น ฟันสึกการแปรงฟันแรงเกินไปฟันผุหรือเหงือกร่นจนบริเวณรากฟันซึ่งไวต่อความรู้สึกถูกเปิดออกหากอาการเกิดบ่อยหรือรุนแรงขึ้นควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพื่อแยกสาเหตุที่แท้จริง

5. เหงือกร่นหรือรู้สึกว่าฟันยาวขึ้นหากสังเกตว่าขอบเหงือกถอยลงจนเห็นบริเวณคอฟันหรือรากฟันมากขึ้นหรือรู้สึกว่าฟันดูยาวกว่าปกติอาจเกิดจากภาวะเหงือกร่น

เหงือกร่นมีสาเหตุได้หลายประการ เช่น โรคปริทันต์การแปรงฟันแรงหรือผิดวิธีรวมถึงปัจจัยเฉพาะบุคคลเมื่อรากฟันเปิดออกอาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกหรือผุบริเวณรากฟันหากมีโรคปริทันต์ร่วมด้วยการอักเสบสามารถทำลายเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟันได้จนในระยะรุนแรงอาจทำให้ฟันโยกและสูญเสียฟันในที่สุดอาการแบบไหนควรพบทันตแพทย์? ไม่ควรรอจนฟันโยกหรือปวดมากแล้วจึงไปตรวจหากพบว่าเหงือกมีเลือดออกเป็นประจำเหงือกบวมแดงมีกลิ่นปากเรื้อรังเหงือกร่นฟันเสียวผิดปกติหรือรู้สึกว่าฟันเริ่มโยกควรพบทันตแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพช่องปากโดยเฉพาะฟันโยกมีหนองบริเวณเหงือกเหงือกบวมมากหรือมีอาการปวดและบวมอย่างชัดเจนควรเข้ารับการตรวจโดยเร็วเพราะอาจเป็นปัญหาที่ต้องรักษาไม่ควรปล่อยไว้จนรุนแรงดูแลเหงือกอย่างไรให้ลดความเสี่ยง? การดูแลสุขภาพช่องปากไม่ได้มีเพียงการแปรงฟันเท่านั้นแต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอได้แก่

  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 นาที ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ
  • แปรงลิ้นเพื่อช่วยลดคราบและแบคทีเรียที่สะสมบนลิ้น
  • หลีกเลี่ยงการแปรงฟันแรงเกินไปเพราะอาจทำให้เหงือกและผิวฟันสึก
  • ไม่สูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบเพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเหงือกและทำให้การรักษาโรคปริทันต์มีความซับซ้อนขึ้น
  • จำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลโดยเฉพาะการรับประทานหรือจิบหวานบ่อยๆ ระหว่างวัน
  • ตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นระยะเพื่อค้นหาปัญหาตั้งแต่ระยะแรก

สิ่งสำคัญคือเลือดออกจากเหงือกไม่ใช่เรื่องที่ควรชินเพราะยิ่งตรวจพบปัญหาเร็วโอกาสควบคุมโรคและรักษาฟันธรรมชาติไว้ก็ยิ่งมีมากขึ้นสุขภาพฟันที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่ไม่ปวดฟันแต่รวมถึงเหงือกที่แข็งแรงไม่มีเลือดออกผิดปกติและไม่มีสัญญาณของการทำลายเนื้อเยื่อที่รองรับฟันด้วย


Posted

in

by

Tags:

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *