
ยิ่งการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานต้องแข่งขันกับเวลานี้ ก็ไม่ใช่แค่ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าเท่านั้นที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ รวมถึงอารมณ์ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะความเครียดในชีวิตประจำวัน และ 5 ไลฟ์สไตล์ที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ ก็ได้รับยืนยันจากแพทย์และจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า มีส่วนช่วยในการปรับอารมณ์ และเป็นเกราะ ป้องกันโรคซึมเศร้า อย่างได้ผล ปรับพฤติกรรมการกินเพิ่มการออกกำลังกาย ป้องกันโรคซึมเศร้า ควรออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 30 นาที และในหนึ่งสัปดาห์มีเวลารวมในการออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 150 นาที ผักใบเขียว โฮลเกรน เนื้อไม่ติดมัน อาหารซีฟู้ด อาหารที่เอ่ยนามมาทั้งหมดนี้ ล้วนมีสารอาหารที่จำเป็นซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง อย่าง แมกนีเซียม โฟเลต ซิงค์ และกรดไขมันที่ดีต่อร่างกายและสมอง นอกจากนั้น แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารอย่าง โพลีฟีนอล (polyphenols) อย่าง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ชา ดาร์คช็อคโกแลต ก็ดีต่อการทำงานของสมองเช่นกัน รู้อย่างนี้แล้ว อย่ารอช้า เริ่มปรับพฤติกรรม แล้วหันมารับประทานอาหารเหล่านี้ให้มากขึ้น และยิ่งภารกิจการปรับพฤติกรรมการกินได้ทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพใจและ ป้องกันโรคซึมเศร้า ไม่ให้มากล้ำกรายคุณได้ไม่ว่าจะเป็น การว่ายน้ำ การวิ่งจ็อกกิ้ง ยกน้ำหนัก หรือเล่นกีฬาที่ชอบ หรือเพียงแค่ขยับร่างกายด้วยการทำงานบ้านเป็นประจำ ก็ส่งผลดีกับสุขภาพกายและใจแล้วโดยการออกกำลังกายที่ดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจนี้ ควรออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 30 นาที และในหนึ่งสัปดาห์มีเวลารวมในการออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 150 นาที อย่างไรก็ตาม แค่เริ่มออกกำลังกายครั้งแรก คุณก็จะสัมผัสได้แล้วว่าอารมณ์จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางดีขึ้นขณะนี้ มีทั้งงานวิจัยทางการแพทย์ที่ออกมายืนยันแล้วว่า การดื่มไวน์ ในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปจะส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ สามารถ ป้องกันโรคซึมเศร้า ได้ แต่อย่างไรก็ตามก็มีผลงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า การดื่มไวน์ ไม่ส่งผลอะไรต่อการทำงานของระบบสมอง ดังนั้น เมื่อชั่งน้ำหนักผลการวิจัยที่ออกมาสองแนวทางนี้แล้ว ในตอนนี้จึงเชื่อได้ว่า การดื่มไวน์ในปริมาณที่ไม่มากส่งผลดีต่อสุขภาพใจ นั่นเองอย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลของการดื่มไวน์จะยังไม่เป็นที่สรุปว่าดีต่อสุขภาพโดยรวมหรือไม่ แต่ประเด็นเรื่องของการสูบบุหรี่จัดและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักเป็นประจำ ส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพกายและกระทบต่อสุขภาพใจก็เป็นเรื่องที่ยืนยันแล้วว่ามีมูล ดังนั้น ผู้ที่มีพฤติกรรมเสพติดทั้งบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทนั้น ควรปรับพฤติกรรมเพื่อ ลด ละ เลิก สิ่งเสพติดนี้ให้ได้ ซึ่งถ้าทำได้ ย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพใจ อารมณ์ดีขึ้น ลดความกังวล และที่สุดแล้วจะทำให้คุณห่างไกลโรคซึมเศร้าได้อย่างแน่นอนก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง ควรวางทุกเครื่องมือการสื่อสารที่กล่าวมานี้ให้ไกลตัวปัญหาของคนรุ่นใหม่ยุคนี้ คือ การให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน การเที่ยว การเรียน มากไปกว่าการพักผ่อน การนอนหลับที่เพียงพอ ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตที่บั่นทอนสุขภาพกายและใจให้ย่ำแย่ลงโดยไม่รู้ตัว ทั้งเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง และโรคทางกายอีกมากมายก่อนจะสายเกินไป ขอแนะนำให้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่าง ลดปริมาณการดื่มกาแฟให้น้อยลง กำหนดเวลาการเข้านอนไม่ให้ดึกจนเกินไปในแต่ละวัน และตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในตอนเช้าในเวลาเดียวกันทุกเช้าให้ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหานอนไม่หลับ และนอนไม่หลับเกิน 20 นาที ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องข่มตาให้นอนหลับ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบาๆ ที่สามารถทำได้โดยเปิดไฟสลัวๆ จนกระทั่งร่างกายคุณง่วงและนอนหลับไปเองจะดีที่สุดและอีกหนึ่งพฤติกรรมสำคัญที่สร้างปัญหาให้คนรุ่นใหม่ นั่นคือ การติดจอ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอโทรศัพท์มือถือ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทแก็ดเจ็ตทั้งหลาย ซึ่งปล่อยแสงสีฟ้าที่มีส่วนทำลายเมลาโทนิน สารสำคัญที่ช่วยทำให้นอนหลับนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ก่อนเข้านอนสัก 1-2 ชั่วโมง ควรวางทุกเครื่องมือการสื่อสารที่กล่าวมานี้ให้ไกลตัวการแวดล้อมตัวเองด้วยสิ่งที่รัก ชอบ อย่างสัตว์เลี้ยงที่ชอบ หรืองานอดิเรกที่ชอบ ก็เป็นเกราะป้องกันความเครียด ภาวะซึมเศร้า การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยแสงแรกของวันจากดวงอาทิตย์ มีส่วนช่วยให้เรารู้สึกมีความสุข เพราะว่ากันว่าการได้รับพลังบวกจากแสงตะวัน มีส่วนช่วยให้สารเคมีในร่างกายที่เรียกว่า เซโรโทนิน ทำงานและส่งผลช่วยรักษาสมดุลอารมณ์ให้ดี รวมถึงช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีในร่างกาย ที่ส่งผลให้เรามีสุขภาพใจที่ดี พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใสแต่อย่างไรก็ตาม ร่างกายก็ไม่ควรถูกแสงแดดแรงๆ นานเกินไป เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ดังนั้น หากจำเป็นต้องออกแดดแรงๆ ควรเตรียมตัวป้องกันแสงแดดนั้นด้วย เช่น การทาครีมกันแดด หรือสวมใส่เสื้อแขนยาว หมวก เพื่อลดโอกาสที่แสงแดดจะสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงเช่นเดียวกันกับการป้องกันตนเองจากมลพิษ ยิ่งถ้าคุณอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยมลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ และมลพิษจากสารเคมีต่างๆ ด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้ตนเองได้รับผลกระทบจากมลพิษนั้น เช่น การใส่หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพป้องกันมลพิษทางอากาศ หรือการใส่ที่อุดหู หากต้องทำงานหรือเดินทางผ่านแหล่งที่มีเสียงดังและอย่าให้ชีวิตของคุณอยู่แต่กับงาน ควรหาเวลาว่าง พาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ธรรมชาติ อย่าง ภูเขา ทะเล น้ำตก บ้าง เพื่อชาร์จแบต หรือการแวดล้อมตัวเองด้วยสิ่งที่รัก ชอบ อย่างสัตว์เลี้ยงที่ชอบ หรืองานอดิเรกที่ชอบ ก็เป็นเกราะป้องกันความเครียด ภาวะซึมเศร้าที่ดีไม่น้อยเลย ระบายความรู้สึกอัดอั้นให้คนข้างกายหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้ฟังบ้างที่สุดแล้ว แม้ว่าเราจะถูกบอกเสมอว่าต้องเข้มแข็งต้องอดทนแต่นั่นก็ไม่ใช่คำแนะนำสุดท้ายที่ต้องเชื่อถ้าคุณรู้สึกไม่ไหวแล้วฉันไม่อยากสู้แล้วจงเชื่อในเสียงที่ออกมาจากใจตัวเอง ปล่อยวางเรื่องหนักๆแล้วหาคนข้างกายที่คุณรัก ไว้ใจได้ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อน เพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นนั้น หรือแม้กระทั่งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขาเหล่านั้น ทั้งในรูปแบบของการแนะนำการเป็นที่ปรึกษาไปจนถึงการเป็นเพื่อนพาไปหาผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ที่จะช่วยทำให้คุณสบายใจขึ้น
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : https://www.salika.co/
Leave a Reply