
การดื่มแอลกอฮอล์มักมาพร้อมกับความสนุกสนานในการสังสรรค์ แต่บางครั้งร่างกายอาจแสดง “อาการผิดปกติ” หลังดื่มซึ่งไม่ควรมองข้ามเพราะบางอาการอาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพที่ซ่อนอยู่ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 6 อาการแปลกๆหลังดื่มพร้อมคำแนะนำในการดูแลตัวเอง
1. หน้าแดงหลังดื่ม (Asian Flush)
พบได้บ่อยในชาวเอเชียรวมถึงคนไทย เกิดจากการที่ร่างกายขาดเอนไซม์ ALDH2 ซึ่งทำหน้าที่สลายสารพิษจากแอลกอฮอล์ ทำให้เลือดคั่งที่ผิวหน้าและเมาง่ายกว่าปกติ
คำแนะนำหากมีอาการนี้ ควรจำกัดปริมาณการดื่ม เพราะการฝืนดื่มมากๆจะเพิ่มความเสี่ยงโรคตับและมะเร็งหลอดอาหารได้
2. หน้าซีดผิดปกติ
ตรงกันข้ามกับหน้าแดงบางคนกลับมีอาการหน้าซีด เพราะเส้นเลือดหดตัวเลือดไปเลี้ยงผิวหนังลดลง ซึ่งอาจสะท้อนปัญหาการไหลเวียนเลือดหรือโรคประจำตัวบางชนิด
คำแนะนำหากมีอาการบ่อย ควรสังเกตอาการร่วม เช่น ใจสั่น หน้ามืด หรือเหนื่อยง่ายและรีบปรึกษาแพทย์
3. ปวดท้องหรือท้องเสีย
แอลกอฮอล์กระตุ้นระบบย่อยอาหารและขับถ่าย ทำให้ลำไส้ทำงานหนักจนเกิดอาการท้องเสียหรือปวดท้องได้ คำแนะนำหลังดื่มควรหลีกเลี่ยงอาหารมันจัดเผ็ดจัดและควรรับประทานอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือซุปใส เพื่อช่วยลดภาระระบบทางเดินอาหาร
4. ปวดหัวหรือไมเกรน
แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสมองและระบบประสาท บวกกับการสูญเสียน้ำ จึงทำให้เกิดอาการปวดหัว โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นไมเกรน คำแนะนำดื่มน้ำเปล่ามากๆระหว่างและหลังดื่มเพื่อลดภาวะขาดน้ำ และพยายามเลี่ยงแอลกอฮอล์หากรู้ว่าตัวเองเป็นไมเกรน
5. ปวดเมื่อยตามตัว
การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้กรดแลกติกสะสมในกล้ามเนื้อ และเพิ่มกรดยูริก ซึ่งอาจทำให้ปวดกล้ามเนื้อหรือกระตุ้นอาการเก๊าต์ได้ คำแนะนำ: ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริกและหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ชนิดที่มีพิวรีนสูง เช่น เบียร์
6. หน้าบวม ตัวบวม
แม้แอลกอฮอล์จะทำให้ปัสสาวะบ่อย แต่ร่างกายกลับกักเก็บน้ำไว้บางส่วน จึงทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ อีกทั้งยังรบกวนการเผาผลาญไขมัน คำแนะนำหากดื่มเป็นประจำควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดการดื่มเบียร์ และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
อาการไหนอันตรายต้องรีบพบแพทย์
หากมีอาการรุนแรง เช่น สับสน ชัก หายใจช้า หมดสติ ตัวซีดผิดปกติ อาจเป็นภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ (Alcohol Toxicity) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตหรือหากเกิดอาการแพ้แอลกอฮอล์ เช่น หน้าบวม ผื่นขึ้นหายใจลำบากปากและคอบวมควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้
คำแนะนำการดื่มเพื่อสุขภาพ
- ผู้หญิงไม่ควรเกิน 1 ดริ๊งค์/วัน
- ผู้ชายไม่ควรเกิน 2 ดริ๊งค์/วัน
(1 ดริ๊งค์ = เบียร์ 330 มล. ไวน์ 150 มล. หรือสุรา 45 มล.)
แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคหัวใจ หรือโรคเก๊าต์ ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดและปรึกษาแพทย์หากจำเป็นต้องดื่ม สรุปคือแม้การดื่มเล็กน้อยอาจช่วยผ่อนคลายแต่หากร่างกายแสดงอาการผิดปกติ ควรฟังสัญญาณนั้นและไม่ละเลยที่สำคัญคือ “รู้ลิมิตตัวเอง” และไม่ปล่อยให้การดื่มกลายเป็นภัยต่อสุขภาพ
Leave a Reply